X AGENT : 19

View previous topic View next topic Go down

X AGENT : 19

Post by i128lala on Sat Mar 08, 2014 4:08 pm

19

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ปัง ปัง ปัง ป้างงงงงงง
เสียงเคาะประตูห้องแบบรัวและยิงยาวดังขึ้นไม่นานหลังจากที่มินซอกมาส่งชานยอลที่ไร้สติกลับเข้าห้อง และเสียงเคาะนั้นทำให้ร่างโปร่งที่นั่งซึมกะทืออยู่ที่ปลายเตียงจำใจต้องลุกขึ้นไปเปิดประตู ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชานยอลแอบมีความหวังว่าคนที่เคาะประตูได้สถุลมากๆขนาดนี้จะเป็นไอ้พี่คริส ที่พอชานยอลเปิดประตูออกไปก็จะเจอร่างสูงยืนยิ้มแฉ่ง ถือกุหลาบสักช่อ แล้วบอกว่า ทุกอย่างที่ทำไปเป็นเรื่องล้อเล่นนนนนนนนนนนหน่าก๊ะ อะไรแบบนี้
และนั้นคือมโนไง
เพราะเมื่อประตูเปิดออก ชานยอลก็ต้องพบกับสิ่งที่น่าสะพรึงกว่า เมื่อพบกับหน้าประล้ำประเหลือของจงแดและมินซอกที่ยืนพะงาบๆอยู่ พอเห็นว่าชานยอลเปิดประตูแล้ว ก็รีบตะโกนด้วยเสียงอันดัง
“มึงงงงงงงงงงงง”
“กำลังคิดถึงไอ้พี่คริสหรือเปล่า”
“มึงงงงงงงงงงงง”
“อยากได้เขากลับมาหรือเปล่า”
“มึงงงงงงงงงงงง”
“อยากได้เขากลับมาหรือเปล่า”
“มึงงงงงงงงงงงง”
“กำลังคิดถึงไอ้พี่คริสหรือเปล่า”
ทั้งจงแดทั้งมินซอกต่างพลัดกันตะโกนใส่หน้าชานยอลซ้ำๆคนละประโยค จริงๆไอ้สองคนนี้มันควรไปเป็นเซลล์แมนหรือเปล่า คือถ้าไม่รู้ว่าจะทำอะไรหลังจากเรียนจบ ก็ควรไปทำอาชีพประเภทแกนนำเพื่อการเคลื่อนไหวทางสังคมหรือไม่ก็พูดปลุกใจนะ เพราะมันน่ารำคาญมากพอให้ร่างโปร่งต้องตะโกนสวนถ้อยคำปลุกใจของทั้งคู่ออกไป
“เออออออออ กูคิดถึงมัน กูอยากได้มันกลับมา แต่กูทำอะไรได้วะ สัดดดดด!”
ไอ้ประโยคสุดท้ายชานยอลทิ้งปลายเสียงได้เจ็บเท่าๆกับพระเอกเอ็มวีคนหนึ่งทำได้ แต่เพื่อนทั้งสองของชานยอลเหมือนจะไม่ยอมให้ไอ้ยักษ์มันท้อใจ
“งั้นมึงรีบไปกับพวกกูเลย!!!!!!!!!!!!!!!” ไอ้จงแดมันแปรงฟันหรือยังวะ สาบานว่าไอ้เขียวๆที่ปลิวเฉียดหูชานยอลไปคือผักชี!
“ไปไหนวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ตะโกนด้วยเสียงที่ต่ำที่สุดตอบกลับไปเช่นกัน
“สนามบิน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
.
.
“ชานย๊อลลลลล KG564 เวลา14.20 ประตู 6 มึงวิ่งไปเลยยยยย นำพวกกูไปเล๊ยย เดี๋ยวไม่ทัน พวกกูวิ่งไม่ไหวแล้ว”
ชายหนุ่มสามคนที่กำลังวิ่งเข้ามาในสนามบินนานาชาติอินชอน ICN อยู่ในสภาพทุเรศทุรังที่สุดในโลก ตั้งแต่เกิดมาชานยอลไม่เคยต้องทำอะไรแบบนี้มาก่อน หนำซ้ำชายหนุ่มพร้อมจะเป็นคนแรกที่ด่าออกมาด้วยถ้าเห็นนางเอกในซีรีย์งี่เง่าพาโบ๊ว์รู้ตัวช้า มาวิ่งตามพระเอกที่กำลังจะขึ้นเครื่องจากไปไกลแสนไกล เพราะมันน่ารำคาญมาก
แต่ตอนนี้สองขาของชานยอลยังไม่หยุดวิ่งเลย ฉิบหายล่ะ!
ชานยอลวิ่งไปรอบๆโรลเช๊คอิน และพยายามชะเง้อมองไปทางประตู 6 ก็ไม่มีวี่แววของคริส เขายกนาฬิกาขึ้นมาแฉลบดูเวลา 12.30 แล้ว ที่สำคัญคือ ถ้าคริสเข้าเกทไปแล้ว ชานยอลจะเสียสองอย่างไปโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย หนึ่งคือคะแนนควิซของอาจารย์ที่ชานยอลอาจหาญไร้สติโดดกลับห้องมา และสองคือไอ้พี่คริส
ซึ่งอย่างหลัง ถ้าได้กลับมา จะขาดคะแนนควิซไปก็ได้ ปลายภาคชานยอลยอมไฝว้ไม่อายหน้าอินทร์หน้าพรหม ขอแค่ให้ได้เจอด้วยเถอะ!
ทว่าเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างในชุดสูทคุ้นตาที่เดินเข้ามาในโรลเคาท์เตอร์เช๊คอินจากมุมหนึ่งของสนามบิน ก็ทำให้ชานยอลพรูลมหายใจออกมา ก่อนจะตะโกนเรียกคริสด้วยเสียงดังที่สุดที่เคยตะโกนมา
“ไอ้พี่คริส!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
ไอ้พี่คริสที่ชานยอลตะโกนเรียกไป หันหลังกลับมามองชานยอล แม้จะรู้ว่าคนที่หันกลับมาจะไม่ใช่คนที่ตัวเองรู้จักก็เถอะ ชานยอลวิ่งสุดฝีเท้าเข้าไปหาคริส แม้ในใจอยากจะโผเข้าหาแล้วกอดแน่นๆมากเท่าไหร่ แต่ชานยอลก็ทำได้แค่คว้ามือหนามากุมไว้เท่านั้น
“ไม่ไปได้ไหม” มีเพียงสี่คำเท่านั้นที่อยากจะขอร้อง ในเวลาที่แย่ที่สุด ชานยอลกลับไม่มีความกล้าที่จะร้องเพลงคุกเข่าเหมือนอย่างที่คริสเคยทำกับเขาเลยด้วยซ้ำ โอ้โห้ ประเสิรฐ์แท้ มาคิดได้ในเวลาที่สาย
ในสายตาของคริสซึ่งสวมแว่นดำเอาไว้นั้นไม่ได้มีอะไรประกายเจิศจรัส ส่งซิกให้ยอดชายนายชานยอลรู้เลยว่ามันทราบซึ้งใจกับทุ่มเทจากน้องครีมของมัน ไม่เลยไม่มีอะไรเลยนอกจากหน้าหลิ่มๆที่เขาคุ้นตาเมื่อเห็นในกระจกทุกวี่ทุกวันในสภาพที่เลยคำว่าน่าอับอายไปหลายขุม ยืนซีดตัวเท่าไม้ขีดฟันเพราะลุ้นจนขี้จะหด
นานหลายนาทีจากนั้น น้องครีมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจน
“ไม่ได้แล้วครับ มันสายไปแล้ว”
กูให้โอกาสมิงพูดใหม่ แต่พี่คริสของน้องครีมก็ทำเพียงถอนหายใจแผ่วเบาอย่างมีมาด
“พี่รอให้น้องชานยอลรั้งพี่ไว้ แต่... ตอนนี้มันยากจะที่แก้ไขอะไรแล้ว ขอโทษนะครับคนดี” คริสยิ้มออกมาในที่สุดเป็นรอยยิ้มมุมปากที่ดูเศร้าสร้อยและแสนจะมีเสน่ห์เหลือล้น แบบที่นึกกับตัวเองว่า ทำไมแม่งเห็บหมาตัวน้อยถึงไม่เคยสังเกตสังกาความน่าซั่ม ..เห้ย แฮนซั่มของผู้ชายคนนี้เลยสักนิด ชานยอลสัมผัสได้ทันทีว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เจือความขมปร่า แน่นอนล่ะว่าร่างโปร่งย่อมรู้สึกไม่คุ้น แถมยังมึนงงเพราะไอ้คำว่า มันสายไปแล้ว ของคริสเอาแต่วิ่งวนเล่นกระโดดยางกังวาลในหูชานยอลประมาณสิบรอบ
“ไปก่อนนะครับน้องชานยอล พี่ยังต้องผ่านด่าน ต.ม.อีก อาจจะต้องใช้เวลา ยังไงก็ดูแลตัวเองนะ พี่ไม่อยู่แล้ว ก็อย่ากลับบ้านดึกนะครับ อย่ากินข้าวมันไก่ให้มาก เดี๋ยวจะเป็นโรคเก๊าท์” มือหนาลูบหัวชานยอลด้วยความอ่อนโยน
“เก๊ารักตัวเองนะ...อย่างนั้นเหรอครับ” พอได้ยินมุกเก่าๆที่คริสเคยเล่น ชานยอลก็โล่งใจขึ้นมาบ้าง เลยอดที่จะเย้าตอบกลับไปไม่ได้ แต่ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับทำให้ชานยอลอึ้ง ทึ่ง ยิ่งกว่าคำตอบของตัวเองเสียอีก
“ไม่ใช่ครับ โรคเก๊าท์จัดเป็นโรคข้ออักเสบเฉียบพลันที่พบได้บ่อย เกิดจากความผิดปกติในขบวนการเมตะบอลิสซั่มของกรดยูริกในร่างกาย ส่งผลให้กรดยูริกในเลือดมีค่าสูงกว่าปกติ สะสมในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะข้อและไต”
เชี่ย พูดซะกูดูโง่เลยแสรด!
“พี่ไปก่อนนะ ....ครับ”
“อย่าไปนะ!!!!!!” ด้วยอารามตกใจในคำพูดของคริสทำให้ชานยอลโผวิ่งเข้าไปกอดแผ่นหลังกว้างนั้นไว้แน่น สองมือกระหวัดไว้รอบเอวหนาราวกับว่าถ้าชานยอลกอดคริสไม่แน่นพอ คริสจะจากไปตลอดชีวิต ใบหน้าเนียนแนบไปกับไหล่กว้าง กระซิบอู้อี้ที่ข้างหู “อยู่กับผมเถอะนะ ไม่ไปนะ”
วินาทีนั้น ชานยอลมั่นใจว่า เขาพูดด้วยความจริงใจที่สุดแล้ว แต่แน่นอนว่าที่ใดมีรักที่นั่นย่อมมีมาร และมารของปาร์คชานยอลก็คือฮวางจื่อเทา!
“เก้อ ได้เวลาแล้วครับ” บุรุษผู้ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นมารและกว้างขวางคอเดินออกมาจากเคาท์เตอร์เช๊คอินกล่าวด้วยเสียงอันเบา ชูตั๋วเครื่องบินในมือเป็นเชิงว่า ถึงเวลาแล้วนะ เช็คอินแล้วนะ อย่ามาไร้สาระเอาตอนนี้นะโฟร้ย อะไรทำนองนั้น
“ชานยอล พี่ต้องไปแล้ว”
เสียงเบาๆของคริสที่ปรามชานยอลกลับมา ก็มากพอที่จะทำให้ร่างโปร่งคลายวงแขนออกเอง ในตอนนี้ สิ่งที่ชานยอลทำได้มากที่สุดใก็มีเพียงแค่มองแผ่นหลังของคริสเดินจากไปช้าๆ ก่อนจะหายลับเข้าไปในเกท
ร่างสูงอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ที่ปกเสื้อเชิ๊ตสีขาวนั้น มีน้ำตาของชานยอลซึมอยู่ด้วยหนึ่งหยด
แค่หยดเดียว ก็มากพอแล้วใช่ไหม?
คริสเข้าเกทไปแล้ว จงแดกับมินซอกที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆก็รีบวิ่งเข้ามาหาชานยอล แล้วไอ้จงแดก็ทำในสิ่งที่มันไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือกอดชานยอลเอาไว้
“มึงโอเคนะ”
กูรู้มิงต้องการคำตอบ แต่กูจะไม่ตอบ ...
“ตามึงแดงๆ”
“มึงจะบิลด์ให้กูไม่โอเคใช่ไหม” ชานยอลกอดตอบจงแด และนั่นทำให้มินซอกเข้ามาร่วมกรุ๊ปฮัคด้วยอีกคน มิตรภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของชานยอลกับจงแดนั้นเริ่มจากการเป็นเพื่อนร่วมชั้นปีที่เกาะหัวจมท้ายมาด้วยกันตั้งแต่ปีหนึ่ง เริ่มตั้งแต่จงแดยังเป็นคนดีๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นพวกมือถือสากปากถือศีล ชานยอลรู้ตื้นลึกหนาบางหมด ส่วนมินซอกเองแม้จะไม่สนิทกันมากตั้งแต่แรก แต่พอเริ่มรับรู้ว่ามีรสนิยมเดียวกันชนิดผีเห็นผี มินซอกเลยกลายเป็นเพื่อนที่มีสติที่สุด
ลูกผู้ชายมันไม่ต้องพูดมาก มันสำคัญกับการกระทำเสียมากกว่า และวันนี้มินซอกกับจงแดก็ได้ทำให้ชานยอลตระหนักถึงคุณค่าของคำว่าเพื่อน (ที่นานๆครั้งจะมาที ที่เหลือมันทำไว้เจ็บแสบมากขอไม่นับแล้วกัน หอก!)
“ขอบคุณมากนะเว้ย ที่ยอมโดดควิซ อ.มุนคยูเป็นเพื่อนกู”
“ไม่เป็นไรหรอกมึง ก็พะ ...เอื้อน เฮ้ยยยยยยยยย กูลืมไปเลยว่ามีควิซ สาดดดดดดดดดดดดดด” จงแดเป็นฝ่ายที่ผละออกก่อน และทำหน้าตกใจเหมือนเห็นผีเมื่อระลึกขึ้นได้ว่า ตัวเองไม่ได้เข้าควิซอ.มุนคยู ส่วนมินซอกกลับผลักหัวคนรักของตัวเองอย่างแรง
“ไม่เป็นไรนะชานยอล กูเต็มใจ”
มึงอ่ะเต็มใจ ส่วนแฟนมึงอ่ะโหยหวนเลยสัด!!!!!!!!!!!!!!!!!!
อ้อ แล้วที่กูพูดเมื่อกี้ กูขอคืนคำแล้วกันนะ ไอ้คิมจงแด!!!!!!!!!!!!!!!

.
.
Side story ของอู๋อี้ฟานและฮวางจื่อเทา

ห้า
สี่
สาม
สอง

.
.
หนึ่ง
“ไอ้พี่คริส!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
FINALLY!!!!!!!!!!!!!!!! ในที่สุดน้องชานยอลก็มา ขอถองหมัดในใจเฉลิมฉลองความสมหวังของไอ่หวังสักห้าร้อยที ไม่เสียแรงที่คริสใช้โซเชียลมีเดียได้ถูกประเภทสุดๆ ขอบคุณม๊อคกิ้งเจย์ตัวฟ้าๆที่ใครต่อใครเรียกว่าทวิตเตอร์อันนำมาซึ่งรักแท้ของอู๋อี้ฟาน
ต้องขอบคุณลู่หานที่คิดแผนนี้ขึ้นมาได้ ไม่เสียแรงที่เสี่ยวลู่ชอบดูไอ้พวกซีรีย์เกาหลีเป็นประจำ เลยซึมซับไอ้พวกเทพนิยายแบบนี้มา ขอบอกเลยนะครับว่า ต่อให้ว่าเสี่ยวขนาดไหน เรื่องทำนอง ลาก่อน อันยองฮาเซโย หรือไอ้พวก พี่มาลา พี่ไปก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วย บรั๋ยส์ มันยังคลาสสิคและใช้ได้เสมอ แนะนำว่าพวกเทอว์ควรจะจัดกันสักทีสองทีในชีวิตหนึ่งนะ เพราะมันเด็ดมากเลย! ที่สำคัญแฟชั่นสนามบินวันนี้ คิดว่าใส่มาถูกแล้วครับ เท่ห์ๆ เริ่ดๆ มีสไตล์ แบบเจ้าชายกำลังรอให้คนรักมาง้อ อะไรงี้ แต่ก็ต้องป้องกันตัวเองด้วยแว่นตาเนื้อเลนท์ดำสนิทของคริสเตียนดิออร์ เดี๋ยวแววตาพี่จะบอกว่ารักและเทิศทูนน้องครีมของพี่แค่ไหน
น้องชานยอลคงไม่รู้เลยว่า ด้านหน้าของแผ่นหลังแข็งแรงที่น้องชานยอลเห็นว่ามันสงบนิ่งที่ค่อยๆเดินจากไปนั้น คือ รอยยิ้มเหี้ยๆที่หากใครเห็น มันคงมีอารมณ์เดียว คือ ไอ้นี่มันเป็นตัวอะไร๊! แน่ละ ทุกคำพูดและการกระทำของชานยอลทำให้คริสกลั้นยิ้มไว้เกือบไม่อยู่ แต่จำใจต้องหนักแน่นและประเทืองความเยือกเย็นเล่นตามบทที่ได้รับเข้าไว้
พอหายลับเข้ามาในเกทแล้ว คริสก็อดไม่ได้ที่จะดึงชายเสื้อสูทของจื่อเทามาบิดเล่นด้วยความขวยเขิน
“คริ คริ คริ น้องชานยอลเค้ามาง้อชั้นแหละแก๊ อ๊างงงงงงง”
คือไม่อะไรนะ คริสอยากบอกชานยอลว่า รอก่อนนะครัชน้องชานยอล ไม่ใช่พี่ไม่อยากอยู่กับน้องชานยอลยาหยีของพี่นะ แต่พี่จำเป็นต้องไปต่อพาสปอร์ตแพร๊พ เดี๋ยวสัญชาติแคนาเดี้ยนของพี่หมดไป ลูกเราจะมีปัญหา นี่พี่มองถึงอนาคตของเรา พี่พูดเลย!
มาถึงขั้นนี้ ใครๆก็คงรู้แล้วสินะ ว่าคริส หรืออู๋อี้ฟาน ก็แค่มาต่อพาสปอร์ต บวกกับทำเรื่องเปลี่ยนชื่อแซ่ให้เรียบร้อย คาใจกับชื่อเจี่ยเหิงมาพักใหญ่แล้ว หม่าม๊าก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนชื่อเรียกสักที โทรหาจื่อเทาทีไร เรียกเจี่ยเหิง เจี่ยเหิงทุกที!
คริสแสลงใจ! มันไม่อินเตอร์!!
ฮวางจื่อเทายืนมองเก่อเก้อร่างสูงเกินกว่าร้อยเก้าสิบในเทรนด์โค้ทเนี้ยบกริบยืนบิดชายเสื้อสูทเรียบกริบของคนอื่นจนยับยู่ยี่แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา
“เก้อ ไปกันเถอะ ผมจะไปเข้าห้องน้ำ” ... ใช่ ฮวางจื่อเทาจะเข้าห้องน้ำสนามบินเพื่อที่ถ่ายรูปหน้ากระจกแบบโคลสอัพเต็มตัวสักนิด แล้วอัพเว่ยป๋ออวดประชาชีสักหน่อย เก้อมายืนบงยืนบิดอยู่อย่างนี้ขอพูดเลยว่าฮวางจื่อเทาอารมณ์เสียอย่างมาก ถ้าเก้อรีบเดินแล้วจื่อเทาก็จะได้อัพเว่ยเร็วขึ้น แถมมีเวลาเช็คคอมเมนท์และเรตติ้งเบาๆสองสามนาที ก่อนเครื่องออก แบบนั้นจะถือว่าโอเค
“น้องชานยอลลลลลล” แต่ดูเหมือนเก้อของจื่อเทาจะไม่มีสติสัมปชัญญะใดๆเหลืออีกแล้ว จื่อเทากล้าบอกได้เลยว่าคริสกำลังเพ้อขั้นหนัก ปกติแล้ว ถ้าเป็นเรื่องอื่นคือริสซือ จะไม่เพ้อขนาดนี้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ลูกพี่ลูกน้องของฮวางจื่อเทาจะนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว แต่ตั้งแต่เห็นหน้าหวานๆของชานยอลเมื่อปีที่แล้ว คริสถึงกับไปไม่ถูก เพ้ออยู่หลายวัน จนถูกจงอินเพื่อนรักกรอกหูว่าให้ทำตัวกากๆเข้าไว้แล้วจะทำให้น้องเขาไว้ใจตกเป็นของคริสในที่สุดเอง
เพราะคำแนะนำห่วยๆ บวกกับความมั่นใจผิดๆ เรื่องทรามๆแบบนี้เลยเกิดขึ้นยังไงล่ะ!
“รอพี่แป๊ปหนึ่งนะครับ เดี๋ยวพี่จะกลับมา มาแบบที่น้องชานยอลภูมิใจ๊ภูมิใจ” ว่าแล้วก็โปรยจูบไปทางตม.ที่เพิ่งเดินผ่านมา อนุมานว่าแอร์คอนดิชั่นเนอร์เย็นๆของสนามบินจะพัดพาจูบนี้ลอยไปถึงน้องชานยอลโดยตรงประมาณนั้น ร้อนถึงจื่อเทาต้องกุมขมับด้วยความเครียด
บุญของฮวางจื่อเทา ที่ไม่ได้ชื่อปาร์คชานยอล
เฮ้อออออ เซลก้าแล้วอัพเว่ยดีกว่า จื่อเทาอารมณ์เสีย บรั๋ยยยยส์

.
.

ชีวิตที่ไม่มีไอ้พี่คริส บอกได้เลยว่าเหงา


.
.
ปาก
ชานยอลได้ชีวิตที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว แม้ว่าจะรู้สึกแปลกๆก็เถอะ ยอมรับเลยก็ได้ว่าตอนนี้ชีวิตของชานยอลโหวงสุดๆ แล้วก็ต้องรู้สึกแย่มากๆที่นึกขึ้นได้ว่าไม่มีอะไรติดต่อคริสได้เลย นอกจากทวิตเตอร์! พอลองกดเข้าไปเช๊ค ก็พบว่าตัวเองไม่ได้ฟอลโล่ว์ไอ้พี่คริสมันอีก!
พี่ปั๊ป โปเตโต้จากประเทศไทยอย่าเพิ่งร้องเพลง รักแท้ดูแลไม่ได้ให้ปาร์คชานยอลนะ! ก็ใครจะรู้ว่าไอ้พี่คริสบทมันจะไปก็ไปง่ายๆ แล้วที่ผ่านมา มันทำตัวมีสติกับชาวบ้านชาวช่องที่ไหนกัน คำตอบคือไม่มี แรกๆชานยอลไม่ชินกับพฤติกรรมประหลาดๆของไอ้หล่อมันจนถึงขั้นสาปส่ง แต่พอไม่มีไอ้พี่คริสแล้ว เหงาเป็นบ้า
เห็บหมาผู้เศร้าสร้อย @pcy227
@krisx พี่อยู่ไหน ถึงหรือยัง เป็นยังไงบ้าง
เห็บหมาผู้เศร้าสร้อย @pcy227
@krisx ผม .... คิดถึงพี่นะ
สองวันแล้วที่คริสกลับไป ไปไหนก็ไม่รู้ ทำอะไรก็ไม่รู้ เมนชั่นไปหาก็ไม่ตอบ คริสคงไม่รู้เลยว่า การไปคุ้ยหาฟอลโล่วิ่งของคิมจงแดมันไม่สนุก ไอ้จงแดมันฟอลคนทั้งมหาลัย ยอดฟอลสามสี่พันอัพ แต่ปาร์คชานยอลก็ทำ เพราะไม่อยากปากหนักไปถามจงแดกับมินซอกอีก รู้ว่ามินซอกคงเป็นห่วง แต่จงแดคงเห็นเป็นเรื่องสนุก
วันนี้ไม่มีเรียน หลังจากต้องตามเช็ดล้างตอบคำถามอาจารย์ว่าหายตัวไปไหนทำไมไม่มาทำควิซจนต้องทำรายงานพิเศษเนื่องจากจงแดมันสวมหน้ากากพ่อพระหาข้ออ้างว่าปาร์คชานยอลเป็นท้องร่วงอย่างแรงจนสลบไป ร้อนถึงจงแดกับมินซอกต้องคอยช่วยปฐมพยาบาลก็ทำให้รอดตายหวุดหวิด พอไม่มีอะไรทำชานยอลก็ไม่อยากอยู่ที่ห้องคนเดียว เลยจงใจมานั่งเล่นที่ร้านกาแฟของพี่จุนมยอนแทน
“นกเขาแห่งกรุงปารีสโบยบินแล้ววววววววววววววว สวัสดีครับพี่จุนมยอน” จงแดโผล่มาจากไหนมารู้ เปิดประตูร้าน Joon’s tearoom พร้อมกับตะโกนพร้อมกับกางปีกถลาเล่นลม ตรงเข้ามายังโต๊ะที่ชานยอลนั่งอยู่ ที่ตามจงแดมาติดๆคือมินซอก แต่ไม่ได้บินถลามาหรอกนะ เดินเข้ามา
“ที่นี่โซลนะ”
“ไอ้พวกไร้จินตนาการ!” จงแดค้อนขวับ “กูจะเป็นนกเขาแห่งกรุงปารีส มึงมีไรป่ะ”
“ไม่มี”
“ว่าแต่ มึงมานั่งทำอะไรที่ร้านกาแฟเปิดใหม่ของพี่จุนมยอนคนเดียววะ? เดี๋ยวนี้มึงอาร์ตนะเนี่ย” คิมจงแด มึงเป็นนกเขาแห่งกรุงปารีสอยู่ดีๆ มึงอยากเป็นนกพิราบสนามหลวงที่ชอบโดนรถทับตายหรือยังไง?
“ก็กูไม่อยากกลับห้อง แต่กูไม่รู้จะไปไหน ที่ไหนก็แม่งมีแต่หน้าไอ้หล่อมัน ที่นี่เพิ่งเปิดใหม่ กูเลยมาหาความสงบทางใจ แม่งไม่คิดเลยจะมีนกเขาบินเข้ามาหากูถึงร้าน”
“คิดถึงทำไมมึงไม่โทรหาพี่เขาล่ะ”
“กูไม่มีเบอร์”
ความแตกเลยครัช ปาร์คชานยอลไม่มีเบอร์คริส! จะมีได้ไง วันๆมันก็เอาตัวมาเสนอ ไม่คิดถึงก็มา คิดถึงในเชิงลบก็มา ไม่ต้องการก็มา เรียกว่าเอาตัวมาผูกติดตลอด เบอร์โทรก็ไม่จำเป็นสิ!
“แต่กูมี กูโทรสั่งหนังโป๊พี่คริสบ่อย” จงแดว่า ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาไล่หาเบอร์คริส กดโทรออก แล้วยัดโทรศัพท์ของตัวเองใส่มือของชานยอล น่าแปลกที่จงแดไม่พูดอะไรสักคำเกี่ยวกับการที่ชานยอลไม่มีเบอร์โทรของไอ้หล่อมัน “จะปากหนักไปถึงไหน มึงเนี่ย”
ชานยอลรับโทรศัพท์จากจงแดมาแนบหูอย่างงงๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจเต้นรัวมาก เมื่อได้ยินเสียง ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด ก่อนที่โทรศัพท์จะตัดไปเป็น
“ท่านกำลังเข้าสู่บริการรับฝาก หัวใจจจ ลงทะเบียนฝากไว้ตัวเอากลับไปใจให้เก็บรักษา”
ขอบใจ มันไม่เปิดโรมมิ่ง!
มินซอกที่เห็นสีหน้าของชานยอลก็พอเดาออกได้แต่ตบไหล่เพื่อนสองสามที ก่อนปลอบ “เอาน่า มึงก็ฟอลโล่ว์ทวิตเตอร์เขาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวพี่เขาก็อัพเดทเองแหละ ไปแรกๆอาจจะขลุกขลักต้องจัดการอะไรต่อมิอะไร พี่เขาอาจจะยุ่ง”
“แล้วถ้าเขาไม่กลับมาล่ะวะ กูจะทำยังไง”
ใช่ แล้วถ้าเขาไม่กลับมาล่ะ จะทำยังไง? มินซอกมองหน้าจงแดแล้วก็นิ่งกันไปทั้งคู่ ก่อนที่จงแดจะเดินไปหาพี่จุนมยอนสั่งเค้กแครอทมากินคนละชิ้นกับมินซอกอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เพื่อนรักปากหนักอย่างชานยอลนั่งเป็นเห็บหมาอยู่บนโซฟาสีครีม กินไปคำสองคำ มินซอกก็เกิดไอเดีย
“ไอ้ยักษ์ มึงลองไปหัดเล่นเกมส์ออนไลน์มั้ย เพื่อจะได้มีอะไรทำไง”
เกมส์ออนไลน์เหรอ น่าสนแฮะ ลองเล่นดูก็ได้มั้ง

ปาร์คชานยอลกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์สีดำรุ่นใหม่ในร้านเกมส์ออนไลน์ของแทมิน เกมส์คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่ชานยอลไม่เคยลองมาก่อน แต่ยามเมื่อนิ้วเรียวพรมลงไปบนคีย์บอร์ดอย่างรัวและแรง ดวงตาจดจ้องกับมอนสเตอร์ในเกมส์ออนไลน์
ชานยอลก็พบว่าตัวเองมีพรสววรค์ในด้านนี้เหมือนกันนี่หว่า
“ตายซะทีเซ่ ตายซะทีเซ่”
ในขณะที่คาแรคเตอร์ของชานยอลกำลังจะหมดพลังชีวิตลงเรื่อยๆ จู่ๆก็มีผู้เล่นแปลกหน้าเดินเข้ามาช่วยชานยอลสู้กับมอนสเตอร์ ทั้งๆที่เลเวลของคาแรคเตอร์ปริศนานั้นเลเวลต่ำกว่าชานยอลหลายร้อยเท่านัก เหมือนคนเพิ่งเริ่มเล่นใหม่ๆ แต่ว่าทักษะการสู้กับมอนสเตอร์ช่างเก่งกาจเสียจริงหากพอรัวนิ้วที่เว้นว่างจากการกดยาเติมเลือดส่องออฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผมที่ติดตัวมา ชานยอลถึงกับผงะเบิกตาโต นี่มันเมียน้อยจีเอ็มหรือเปล่าฟร่ะ ของทุกอย่างเทพ +12 แถมยังครบเซ็ตชนิดเรียกได้ว่าไม่มีเงินไม่มีทางได้แตะ ของแคชเสียเงินเพียบพร้อมเหมือนจัดให้
ถ้าอยากได้ตัวอย่างพวกบ่จี๊ก็กดดูสเตตัสปาร์คชานยอลดูเอาเองละกัล หงิด! แต่ทั้งหมดนั้นใช้เวลาไม่นานนักจากคอมโบร้อยท่าทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์ มอนสเตอร์ตัวร้ายก็พ่ายแพ้ให้นายเจี๋ยมๆ ผู้ร่วมมือกับเมียน้อยจีเอ็มซึ่งไม่ระบุที่มาและสัญชาติ
+ขอบคุณนะ+ ชานยอลพิมพ์ข้อความส่งให้ผู้เล่นแปลกหน้าคนนั้น ตามมารยาท ว่าจะชิ่งอยู่หรอกแต่ดูท่าทางมีตังค์เลยน่าผูกมิตรอย่างไรไม่รู้
+เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ป่ะ นี่มาเล่นอะไรตั้งเซอร์เวอร์เก้า!+ ผู้เล่นแปลกหน้าพิมพ์ตอบกลับมา ชานยอลขมวดคิ้วมุ่น
+ ต้องการอะไร +
+ หวังฟัน(CA)เจ้า+
มีเพียงคนเดียวที่เรียกตัวเองว่าหวังฟันเจ้า!
+ พี่คริสเหรอ??!!! + รัวแป้นพิมพ์กลับไปด้วยอัตราที่เร็วที่สุด แต่ก่อนที่ข้อความของชานยอลจะไปถึงปลายทาง
พรึบ
ไฟฟ้าทั่วกรุงโซลก็พร้อมใจกันดับลง
“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยย ไอ้เชี่ยยยยยยเอ้ยยยยยย” ชานยอลตะโกนลั่นด้วยความผิดหวัง
“เฮ้ยยยยย มึงด่ากูเหรอแสรดดดดด” ชายหนุ่มที่นั่งเล่นเกมส์อยู่ข้างๆ หันมาแคะขี้ฟันใส่หน้าปาร์คชานยอล
“กูด่าองค์การไฟฟ้า สาด กูตีบอสอยู่เนี่ย เสือกไฟดับไอ่สาดดด ของบอสตกโดนรูท*ไปทำไงงงงงงงง” อะไรที่เนียนได้ก็เนียนไปเถอะนะ แม่สอนไว้ว่า รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ยิ่งไอ้คนที่นั่งข้างๆนี่น่ากลัวว่ามันจะมีปืน หรือไม่ก็โชว์ของดีใส่ชานยอลสักวันหนึ่ง
*รูท – การโดนขโมยของซึ่งตกจากมอสเตอร์ที่เป็นของตัวเองโดยชอบธรรมไปหน้าด้านๆ
“ไฟดับมึงคิดว่ากูจะทันเก็บของป่ะว้า แม่ง เนี่ยกูไปช่วยใครก็ไม่รู้ตีบอส เวลสูงกว่ากูอีก ป่านนี้มันรูทชุดคอสตูมของกูไปแล้วม้างงง ชาติแมวเอ้ยยยยย แถวนี้คนจริงอยู่ยาก ไปหัดยิงงูให้ชำนาญก่อนดีกว่าโฟร้ยย ห่านดินกินหญ้าห่านฟ้ากินยุง แม่งพอกูขอฟันไอเทมมัน ไฟดับเลย บังยงกุกอารมณ์เสียครัช โต่นโยนโว้ยยยยยย”
*ชุดคอสตูม – ชุดโมเงร้เสียเงินที่ตกได้จากบอส ไม่มีขาย แรร์ไอเทม แต่เปอร์เซ็นตกอยู่ที่ 2%
ดูแต่ละคำที่ผรุสวาทออกมา ถ้าหลุดด่าว่าคิตตี้คงมีความหมายประหนึ่งคำว่าเหี้ย แล้วแต่ละอย่างที่ด่าออกมา ลูกศรมันพุ่งเข้ามาเลยครัชว่าเป็นปาร์คชานยอล คนที่ เลเวลสูงกว่า กำลังจะแพ้มอนสเตอร์งี่เง่า รู้ว่าสู้ไม่ได้มาเล่นอะไรตั้งเซอร์เวอร์เก้า ขอบใจนะบังยงกุก นายเป็นแขกรับเชิญที่ดีมาก ขอบคุณที่ทำให้อุปาทานคิดว่าเป็นพี่คริสมาช่วยชานยอลตีเลเวลเมื่อกี้มลายหายไปในพริบตา
โลกแม่งโหดร้าย!
บังยงกุกเดินออกไปนอกร้านแล้ว แต่ชานยอลยังอยู่ ชายหนุ่มเอาแต่นั่งมองจอคอมพิวเตอร์ที่ดับไปแล้วอย่างคนไม่มีเรี่ยวแรง
เอาจริงป่ะเนี่ย ปาร์คชานยอลอกหัก อกหักจริงๆใช่ไหม???
ไอ้พี่คริส!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

.
.

ดูเหมือนคนที่เป็นที่คิดถึงกำลังใช้ชีวิตอีกระดับ! …
กลายเป็นคริสอู๋แล้ว ชีวิตก็ไม่ได้ง่ายนะจะบอกให้ เพราะคริสต้องทำสปา นวดหน้ากับคุณแม่ เพราะเดี๋ยวจะถ่ายรูปบนพาสปอร์ตไม่หล่อ แถมพอไปสปาเสร็จก็ต้องไปสมาคมภริยานายแบงค์ โชว์ตัวและหน้าหล่อๆที่หายไปนานร่วมสองสามปี
พูดเลยว่าคริสอู๋ฮอทมากในวงสังคม!
ฮอทจนร้อนอ่ะ!!
“ตาคริสมีแฟนแล้วหรือยัง ถ้ายัง น้านัด ซาช่า ลูกสาวน้าให้เราเอาไหม?” เป็นธรรมดาที่เจอลูกชายของเพื่อนหล่อแล้วมารดาที่อยู่ในโพสิชั่นที่ลูกสาวยังโสดย่อมต้องสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกสาว ถึงแม้จะปลื้มปริ่มว่าข้านั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด แต่ ...
“ไม่เอาครับ” ถามตรงๆก็ตอบซื่อๆเลยโดนคุณแม่ตีเพี๊ยะเข้าให้ทีแขนเสียเต็มรัก
โถ่ ..แม่ไม่เข้าใจคริสตี้ อยากบู้ปากใส่ไม่กล้า อยากทำตัวมุ้งมิ้งแต่กลัวคุณนายแม่จะของขึ้นแล้วลุกขึ้นพังโต๊ะเสียก่อน เพราะในหัวใจของพี่คริสคนนี้ภักดีได้เพียงน้องชานยอล อะโฮร้ยๆ~
“ตาคริสนี่ก็ตลก ถ้าเรายังไม่มีใครก็ลองไปทำความรู้จักกับลูกสาวคุณน้าเค้าก็ไม่เสียหายนี่นา”
“นั่นสิจ้ะ ซาช่าน่ะน่ารักมากแถมฉลาดด้วยนะจ้ะ น่าจะเข้ากันได้ดีกับตาคริส”
คำแนะนำทะแม่งๆ เหมือนกำลังเสนอขายลูกพุดเดิ้ลพันธุ์ผสม ..ฮั่ยหยา
“ผม เอ่อ มีคนที่ชอบอยู่แล้วครับ”
จบประโยควงน้ำชาผู้ดีอังกฤษ ก็ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงช้อนชาหล่นกระทบจานรองกระเบื้องเคลือบอย่างดีดังเคร้งดังขึ้นระนาว ก่อนที่คุณนายอู๋จะหันมามองลูกชายด้วยแววตาฉงน
“เจี่ยเหิงหมายความว่า เจี่ยเหิงมีแฟนแล้ว อย่างนั้นหรือจ้ะ?” จากตาคริสแสนไฮโซกลายเป็นเจี่ยเหิงตี๋กวางโจวชนิดที่กลับลำแทบไม่ทัน ถึงรู้ว่าชื่อนี้บุพการีรังสรรค์แต่ก็ช่างแสลงหูนัก! มันดูหนักกว่ากวางโจว คือมันดูเสิ้นเจิ้นมาก!!
“ก็ไม่เชิงหรอกครับคุณแม่ เขาเป็นแฟนผม ความจริงข้อนั้นไม่มีเปลี่ยน แต่ผมเป็นแฟนเขาหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ” ท่อนสุดท้ายคริสพูดเสียเบา พลางมองนกมองไม้ไปเรื่อยเปื่อย เอาว่าถ้าได้ยินคือท่านคริสคนนี้พูดความจริง แต่ถ้าไม่ได้ยินก็จงเข้าใจอย่างถูกต้องไปเสียว่าข้ากับชานยอลนั้นเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอแม้กายจะไกลห่างสักเพียงไหน (เดี๋ยวนะมึง ...)
“ใครบังอาจปฏิเสธเจี่ยเหิงของแม่!” แต่ฮั่ยหยา แม่ดันได้ยิน โฮ้ะๆๆ คุณนายอู๋รักลูกมาก และมั่นใจมากว่าเจี่ยเหิงที่เธอเพาะเลี้ยงมาให้เป็นสุภาพบุรุษชั้นดีจะต้องมีคุณสมบัติที่ใครๆก็อยากได้ แต่คุณนายอู๋ลืมไปอย่างหนึ่ง
ชื่อเจี่ยเหิงน่ะเชยระเบิดระเบ้อ!
“เขาชื่อปาร์คชานยอล นักศึกษามหาวิทยาลัยฮวาซอง หน้าตาน่ารัก นิสัยเข้ากันได้” โกหกตกนรก ใช่ คริสรู้ แต่ก็แบบ นิสัยเข้ากันได้อ่ะ อย่างอื่นก็เข้ากันได้ แถมเข้ามาหลายรอบแล้วด้วย อยากจะบอก! “ถ้าแม่อยากเห็นหน้า เดี๋ยวผมเอารูปให้ดู”
คริสหยิบไอโฟนขึ้นมาเปิดทวิตเตอร์หาชื่อ ‘เห็บหมาผู้เศร้าสร้อย’ แล้วกดเปิดรูปโปรไฟล์ทวิตเตอร์ให้คุณนายอู๋ดู คือจริงๆแล้วก็เห็นอยู่นั่นแหละว่ายูสเซอร์เห็บหมาผู้เศร้าสร้อยเมนชั่นมาหา แต่แบบ คนจริงต้องใจแข็งป่าววะ เล่นมาแล้วก็ต้องเล่นให้สุด เมนช่งเมนชั่นที่ที่ชานยอลส่งมาหาน่ะ คริสแคปหน้าจอเก็บไว้ดูเล่นเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นหมดแล้ว ขอบอก ต้องขอบคุณไอโฟนห้าสีขาวมุกที่ให้คริสกดปุ่มบนกับกลางพร้อมกันก็แค๊ปหน้าจอได้อย่างง่ายดาย! พอแคปหน้าจอเสร็จ คนที่ตกเป็นเหยื่อของคริสก็คือ ฮวางจื่อเทาที่ต้องคอยรับโทรศัพท์ฟังเก่อเก้อดี้ด้ากรี๊ดกร๊าดประมาณว่า “น้องชานยอลเค้าเมนชั่นมาหาชั้นแหละแก๊ อ๊างง” ทั้งวัน ไม่เป็นอันทำมาหากิน โดยไม่โถ่งไม่ถามเรื่องสุขภาพมันซ๊ากกกกคำ
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของเราในตอนนี้ ..
“ผู้ชายเหรอคะ” คุณนายอู๋เอามือทาบอก เบิกตากว้าง “ปาร์คชานยอลเป็นผู้ชายเหรอคะ?”
“ครับแม่ แต่ผมรักเขามาก ถ้าคุณแม่เป็นห่วงว่าผมจะเป็นลูกที่บกพร่อง คุณแม่ไม่ต้องกังวลหรอกนะครับ เพราะผมยังเป็นคริสอู๋ลูกชายของคุณแม่เหมือนเดิม” และจะพยายามลงกินเนสบุ๊คเวลิด์แร็คคอท ด้วยการทำให้น้องชานยอลผลิตทายาทตระกูลอู๋ให้จงล่ายยย!
“แม่ไม่ได้แคร์เรื่องนั้นหรอกค่ะ เจี่ยเหิง แต่แม่แคร์ที่ว่า กล้าดียังไงถึงไม่รักลูกชายของแม่!” บอกเลยว่า คุณนายอู๋รักเจี่ยเหิงมาก นี่พูดเลย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
“เขาก็รักผมนั่นแหละครับ เพียงแต่คงยังรักไม่เท่ากับที่ผมรักเขา” ทำหางลู่หูตก แค่นี้ก็เรียกคะแนนสงสารจากบรรดาคุณนายในสมาคมกันเป็นทิวแถว ขอบอกว่า ไอ้เรื่องความรักของโลกปัจจุบันเนี่ย เค้าเวิร์ลไวลด์กันไปแล้ว ไม่มีหรอกรังกงรังเกียจ รับกันได้ทั้งนั้น สาววายเห็นๆ คริสมั่นใจว่าตัวเขาเองเห็นรัศมีสีม่วงอ่อนแผ่ออกมาจากบรรดาเพื่อนๆของคุณนายอู๋ด้วย
“เจี่ยเหิง กลับเกาหลีคราวนี้ ให้แม่ไปด้วยนะ แม่จะดูตัวปาร์คชานยอล!”
ขอบอกว่าลองคุณนายอู๋พูดแบบนี้แล้วล่ะก็ ปาร์คชานยอล เราให้นายสองคำพอ
เสร็จ แน่!

.
.

Side story ของปาร์คชานยอล

“ลู่หาน นายรู้ไหมว่าจะติดต่อพี่คริสได้ยังไง”
ร่างเพรียวของเสี่ยวลู่หานยิ้มหวาน มันเป็นรอยยิ้มที่ถ้าคุณเห็นแล้วอาจจะหัวใจวายตาย แถมเงินที่อยู่ในกระเป๋าก็อาจจะลอยไปอยู่ในมือของเสี่ยวลู่เซิ่นเจิ้นพรีออเดอร์ได้ง่ายๆ
แหมะ ..ดวงตาใสแจ๋วแป๋วแว๋ว ปากนิดชมพูระเรื่อจมูกก็ทำมาอย่างดี ตีนกาแค่รอพรีออเดอร์กระเป๋ารอบต่อไปก็คงได้เงินครบไปโบท๊อกซ์รอบใหม่ ทั้งหมดนี่สร้างสรรค์มาด้วยพรเกษมล้วนๆ นี่ก็พูดเลย! แต่ก็นั่นละ เสี่ยวลู่เป็นคนหัวการค้า ป๊าม๊าให้เงินมาก็เก็บเรียบ จะกระเด็นออกจากกระเป๋าสักหยวนต้องพิจารณาแล้วว่าคุ้มค่า ผลประโยชน์ใดๆซึ่งจะหลุดรอดออกไปจากอุ้งเท้าอันเย้ายวนของกวางน้อยตัวนี้ละก็
...ไม่ มี วัน !!
“เรามีกระเป๋ารุ่นใหม่ของเอ็มซีเอ็มมาล่ะ งานเนี๊ยบมากเลยนะชานยอล ลองสะพายดูก่อนมั้ย ถ้าชอบแล้วล่ะก็ พรีออเดอร์กับเราได้นะ”
ปาร์คชานยอลตาโตเป็นไข่เต่าอยู่ครู่นึง ก่อนสมองเห็บๆจะตามทัน ...
อ้อ ...กูต้องพรีออเดอร์เอ็มซีเอ็มสินะ จึงจะได้คำตอบ!
ไอ่บักเหาเสี่ยวลู่หาน!
“แล้วถ้าเราพรีออเดอร์แล้ว ลู่หานจะบอกเราได้หรือเปล่า ว่าพี่คริสอยู่ที่ไหน?”
“รอให้ของมาก่อนนะ แล้วจะบอก” จบท้ายด้วยการฉีกยิ้มหวานตามสไตล์สก๊อยปักกิ่ง หางตายับนิดหน่อยให้ดูแพรวพราว ยกเล็บขึ้นมาเช็คความเรียบร้อยหน้าตาเฉย ปิดประโยคสนทนาไปดื้อๆ ด้วยมาดแม่ค้าที่ไม่ง้อลูกค้ายาจก
เชอะ..! นี่ใคร? เสี่ยวลู่หานนะฮะ? ขายเป็นแต่ของแบรนด์ก๊อปเกรด 3A+ เท่านั้น งานมิลเลอร์ชนิดที่เรียกได้ว่าถึงส่งไปช็อปที่มิลานก็ยังต้องกรีดเนื้อในดูว่าจริงหรือปลอม คัดแต่ของมีคุณภาพ เพราะงั้นไม่ง้อ! พอดีไม่ได้ใช้ชีวิตพร้อมกันหน่ะ *ยักไหล่* เสี่ยวลู่หานด๊อนท์แคร์ ...แต่ไอ้ปาร์คชานยอลกระวนกระวายจะตายอยู่แล้วครัช แต่เพราะลู่หานจัดว่าเป็นคอนดิชั่นเดียวที่หลงเหลืออยู่ของชานยอล ร่างโปร่งเลยจำใจต้องพรีออเดอร์กระเป๋าเอ็มซีเอ็มสีนมเย็นมีหมุดปักทั้งๆที่ไม่ใช่สไตล์ของตัวเองเลย ในใจยังแอบคิดว่าถ้าไอ้หล่อกลับมากูจะเอาบิลค่าบัตรเครดิตไปเก็บกับมึงเสียให้เรียบ เรียกว่าทบทั้งดอกต้นทั้งดอก เอาให้กระเป๋าเงินลูกชายนายแบงค์หลี่ฮัวฟ่งหยูแม่งหายไปสักแปดสิบเปอร์เซ็นต์ซะเลย
ในช่วงที่เผลอปล่ยใจไปกับความคิดมันก็ระเริงดีอยู่ แต่พอกลับเข้าสู่โหมดความเป็นจริงแล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยสีหน้าทดท้อ มองแผนหลังของเสี่ยวลู่ที่เอาเครดิตการ์ดวงเงินหนึ่งหมื่นห้าพันบาทที่แม่ให้ไว้ป้องกันตัวเองไปรูดปรึด รูดปรึดให้ช้ำใจนัก ครั้นจะไปหาจงอิน ชานยอลก็หาเพื่อนรักของคริสไม่เจอเสียที หรือเพราะว่าจงอินตัวดำ? เลยทำให้มองยากกว่าคนอื่นเสมอ …
เมื่อไหร่จะรู้เรื่องไอ้พี่คริสล่ะ.. เฮ้ออออออออ



กลับมาสักทีเหอะนะครับ ...





i128lala
Admin

Posts : 44
Join date : 2014-03-08

View user profile http://i128lala.thai-forum.net

Back to top Go down

View previous topic View next topic Back to top

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
You cannot reply to topics in this forum