THEN CAME YOU : 02

View previous topic View next topic Go down

THEN CAME YOU : 02

Post by i128lala on Sat Mar 08, 2014 4:14 pm

Then came you
02

"อี้ฟาน ไปกินข้าวกัน ป่ะ"
หลายวันมานี้ ชานยอลทำให้คริสรู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านคนรู้จัก มากกว่ามาพักเกสต์เฮาส์สักแห่งที่ลาว ในตอนเช้าชานยอลจะชงกาแฟสองแก้ว แก้วหนึ่งหวานหน่อยให้ตัวเอง อีกแก้วเป็นกาแฟสดไม่ใส่น้ำตาลให้คริส
เพราะกลิ่นกาแฟหอมๆ ทำให้คนที่ไม่คิดจะตื่นเช้า ต้องตื่นลงมาดื่มมันทุกทีสิน่า
หลังจากดื่มกาแฟตอนเช้า แทนที่จะไปนอนต่อ คริสกลับมีข้ออ้างให้ชานยอลขับมอเตอร์ไซลค์ไปหาอะไรทานเสียทุกเช้าไป ตั้งแต่ข้าวจี่ร้านประจำ ไปจนถึงข้าวเปียกริมทาง ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับละแวกที่เขาอยู่ และปาร์คชานยอลมากขึ้นทีละนิดแล้ว
"เอาสิ"
กลายเป็นว่าวันนี้หลังดื่มกาแฟตอนเช้าเสร็จ ชานยอลกลับรู้หน้าที่ของตัวเองไปโดยปริยายโดยที่คริสไม่ต้องหาเรื่องอะไรมาชวนอีก ร่างโปร่งหยิบกุญแจมอเตอร์ไซค์มาหมุนควงรออยู่ที่หน้าประตูบ้าน ตะโกนเรียกให้คริสออกไปด้วยกันอย่างรู้งาน
อันนี้ก็อีกเรื่อง การซ้อนท้ายมอเตอร์ไซลค์ของชานยอลกลายเป็นความรื่นรมย์อย่างหนึ่งไปแล้ว เพราะนอกจากชานยอลจะไม่ได้ขับเร็วจนน่าหวาดเสียว ยังอธิบายสถานที่ต่างๆริมทางให้คริสฟังอีกด้วย และตอนที่ชานยอลอธิบายเรื่องต่างๆนั่นแหละที่ทำให้คริสได้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อถามคำถาม กลิ่นตัวชานยอลหอมเหมือนกลิ่นตัวเด็ก ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่ปรุงแต่งจบแสบจมูกเหมือนอย่างที่คริสพบเจอมา
"วันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม ผมไม่รู้ว่าจะพาไปทานที่ไหนดี"
"ข้าวจี่เหมือนเดิมก็ได้"
"ไฮ้ ไม่เบื่อบ้างหรือ"
เบื่อ เบื่อมากเสียด้วย แต่เพราะข้าวจี่เป็นอาหารชนิดเดียวที่คริสจำได้มากกว่า ร่างสูงตั้งใจแล้วว่ากลับเกสต์เฮาส์ไปคงต้องทำการบ้านมากกว่านี้ ถ้าคิดจะออกมาหาอะไรกินกับชานยอลตอนเช้าบ่อยๆ
"ชานยอลเบื่อหรือ"
"ผมไม่เบื่อนะครับ กินทุกวันก็ยังได้ แต่อี้ฟานนั่นแหละ จะเบื่อเอา แล้วนี่ก็อีกเรื่อง มาถึงลาวไม่ยอมออกไปเที่ยวไหน มัวนั่งอยู่บ้านเป็นเพื่อนผม"
ก็เพราะคริสไม่อยากออกไปไหนจริงๆนั่นแหละ การได้นั่งอ่านหนังสือในมุมต่างๆของบ้านถือว่าเป็นการพักผ่อนสำหรับคริสแล้ว ร่างสูงเดินทางไปตามประเทศต่างๆมาก็มาก เห็นสิ่งก่อสร้างสวยงามมหัศจรรย์มาก็เยอะ ทำให้ชายหนุ่มไม่กระตือรือล้นจะออกไปเที่ยวไหน
"ถ้าผมว่าง ผมจะพาไปเที่ยวนะ ไปไหม หรือว่าอยากนั่งอ่านหนังสืออยู่บ้าน" เมื่อเห็นคริสไม่ตอบ แต่เสียงพรูลมหายใจที่ดังแผ่วอยู่ข้างหูทำให้ชานยอลต้องหัวเราะออกมา “เอ๊ ว่าแต่ว่าช่วงนี้ผมเริ่มยุ่งหน่อยๆเสียด้วยสิ”
"พูดออกมาแล้ว ห้ามคืนคำเชียว" คนที่นั่งซ้อนแกล้งทำเสียงดุใส่ แต่คนที่ขับมอเตอร์ไซค์อยู่ก็แค่ยักไหล่น้อยๆคล้ายไม่ยี่หร่ะกับคำพูดของตัวเองนัก เพราะอากัปกิริยานั้นทำให้คริสใช้ประโยชน์ของคนที่นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กัดหมับเข้าไปที่ไหล่บางของชานยอลเสียเต็มรัก ร่างโปร่งตรงหน้าไม่โกรธหนำซ้ำยังหัวเราะออกมาอีกชุดใหญ่
“โอเคๆ เดี๋ยวเราไปกัน แต่วันนี้ ถ้าอี้ฟานไม่ไปไหน ผมมีเรื่องสนุกๆให้ทำ”

.
.

เรื่องสนุกๆของชานยอล คือเด็กชายลูกครึ่งลาวแคนาเดี้ยนตัวน้อยชื่อคริสโตเฟอร์วัยหกขวบ
เด็กชายคริสโตเฟอร์เป็นแขกประจำของเกสต์เฮาส์หลังนี้ ตั้งแต่ย้ายกลับมาจากแคนาดา ได้เจอพี่ชายใจดีข้างบ้านที่พูดภาษาอังกฤษได้ยิ่งทำให้เด็กน้อยหายคิดถึงบรรยากาศเก่าๆที่เขาจากมา และเนื่องจากคุณพ่อของคริสโตเฟอร์ต้องเดินทางระหว่างประเทศ ส่วนคุณแม่ก็ติดธุระไปต่างเมืองเป็นครั้งคราวกลับถึงบ้านก็ดึกเสมอ ทำให้ต้องฝากคริสโตเฟอร์ไว้กับชานยอลบ่อยๆ
คริสโตเฟอร์เป็นเด็กเรียบร้อย แม้จะไม่พูดจ้อตามวิสัยของเด็กอายุหกขวบทั่วไป หากมีเรื่องสนุกที่ถูกใจให้คุยแล้วล่ะก็ รับรองคริสโตเฟอร์นั่งคุยได้เป็นวันๆ แต่ดูเหมือนว่าเคมีของคริสจะไม่ตรงกับคริสโตเฟอร์เท่าไหร่นัก หนึ่งผู้ใหญ่ตัวโตกับหนึ่งเด็กน้อยตัวเล็กถึงได้ลงเอยด้วยการนั่งเงียบๆที่โซฟาใหญ่สีครีมกลางบ้านในระหว่างที่ชานยอลออกไปซื้อข้าวกลางวันมาให้
“พี่มาจากไหนน่ะ” สุดท้าย ด้วยความเป็นเด็กทำให้คริสโตเฟอร์ต้องเปิดบทสนทนาก่อนตามประสา ดวงตาโตสีฟ้ารับกับใบหน้ากลมป้อมจ้องมองคริสด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
“เกาหลี รู้จักไหมครับ” คริสตอบพลางยกมือขึ้นลูบหัวทุยๆที่เต็มไปด้วยกลุ่มผมหนาสีน้ำตาลอ่อนคล้ายเส้นไหมเนื้อละเอียด
“ไม่รู้จัก แต่เลารู้จักแคนาดานะ”
“อ้าว คริสโตเฟอร์มาจากเมืองอะไร”
“เลามาจากแวนคูเวอร์ล่ะ” แวนคูเวอร์ อย่างน้อยคริสเองก็มาจากแวนคูเวอร์เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความรู้สึกหรือเปล่า หากได้ยินถึงสถานที่ที่เราเคยมีความสุขมากๆยามไกลบ้านมันจะทำให้เราคิดถึงที่ๆจากมากกว่าเดิม คิดถึงความทรงจำดีๆที่นั่น
“จริงๆพี่ก็มาจากแวนคูเวอร์นะ” คริสบอก เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก “อื้อ พี่ชานยอลก็เคยอยู่แวนคูเวอร์เหมือนกัน”
“จริงเหรอ แสดงว่าเราเป็นแก๊งค์แวนคูเวอร์สินะ ไหน Give me five, boy!” คริสแบมือให้คริสโตเฟอร์ส่งมือป้อมๆมาแปะกลับเป็นการ Give me five ต้องขอบคุณเด็กน้อยที่ทำให้คริสรู้จักชานยอลมากขึ้นกว่าเดิม แต่กระนั้นก็ยังไม่พอสินะ “แล้วพี่ชานยอลมาอยู่ลาวได้ไงน่ะ คริสโตเฟอร์รู้ไหม”
“ลู้สิ เลาลู้ พี่ชานยอลเล่าให้ฟังว่าพี่ชานยอลอกหักก็เลยมาเที่ยวเวียงจันทร์ แล้วก็ติดใจทีนี้ก็ไม่ยอมกลับบ้านแล้ว เลาไม่รู้ว่าอกหักคืออัลไล แต่พี่ชานยอลบอกว่าเจ๊บเจ็บ”
อกหัก อย่างนั้นหรือ
“แล้วคนที่ทำพี่ชานยอลเจ็บล่ะ”
“เลาไม่ลู้ แต่ถ้าเลาลู้เลาจะจับเค้ามาตีๆ ตัวช่วยเลานะ” พอพูดถึงชานยอล คริสโตเฟอร์ก็เขย่าแขนคริสทันที “เลาตัวเล็ก เลาตีเค้าไม่ถึงหรอก ตัวตัวใหญ่ต้องจัดการนะ”
“ได้สิ” คริสพยักหน้า ก่อนจะยิ้มให้คริสโตเฟอร์อีกครั้ง “สัญญาเลย”
ใช่ มันเป็นสัญญาลูกผู้ชาย ระหว่างคริสกับคริสโตเฟอร์ เพื่อปาร์คชานยอล

.
.

“ทำอะไรกันอยู่ หิวกันหรือเปล่า”
ภาพแรกที่ชานยอลเห็นคือหนึ่งผู้ใหญ่กับหนึ่งเด็กกำลังง่วนอยู่กับการวาดภาพระบายสีที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟา ไม่รู้ว่าภาพนั้นคือภาพอะไรแต่ก็เรียกเสียงหัวเราะให้สองคนนั้นได้มากเลยทีเดียว พอเห็นชานยอลคริสโตเฟอร์ก็ผละจากอี้ฟานวิ่งตรงเข้ามากอดขาเขา
“พี่ชานยอล คริสหิวแล้วครับ”
ชานยอลส่งมือให้คริสโตเฟอร์จับ มือกลมป้อมผละจากขาของร่างโปร่งก่อนจะเอื้อมไปจับมือของชานยอลแล้วปล่อยให้พี่ชายใจดีจูงไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวในครัว ชานยอลวางถุงอาหารกลางวันไว้บนโต๊ะ อุ้มคริสโตเฟอร์มานั่งที่เก้าอี้บาร์ที่ค่อนข้างสูงไปเสียหน่อยสำหรับเด็กหกขวบ ก่อนจะเดินไปหยิบชามออกมา
“ให้ฉันช่วยเถอะ”
เสียงที่ดังมาจากข้างหูทำให้ชานยอลเบี่ยงตัวออกเพื่อเปิดทางให้อี้ฟานหยิบชามที่วางอยู่ในตู้ชั้นบนได้อย่างสะดวก แม้ในใจอยากจะห้ามและไล่ให้อี้ฟานไปนั่งรอเป็นเพื่อนคริสโตเฟอร์ที่โต๊ะ แต่ก็เอาเถอะ หากอี้ฟานอยากจะช่วย
“พี่ชานยอลซื้ออะไรมา” คริสโตเฟอร์ชะโงกหน้าไปมองในถุงอาหารที่ชานยอลวางไว้บนโต๊ะ พอเห็นว่าอาหารในถุงนั้นเป็นอะไรเด็กน้อยก็ยิ้มออกมา “เฝอ! คริสชอบเฝอครับ”
“อ้าวเหรอครับ เอ๊ พี่ชานยอลไม่รู้เลยนะว่าคริสชอบเฝอ โชคดีจังเลยน้า” ใครว่าชานยอลไม่รู้ว่าคริสโตเฟอร์ชอบเฝอ เวลามาทีไรก็อ้อนชานยอลให้ไปซื้อให้ทุกที แต่ไอ้อาการทำตาวาวๆของเด็กน้อยนั้นมันน่ารักน่าหยิกจนชานยอลอยากจะแกล้งทุกทีสิน่า
“ให้พี่ชานยอลแกะให้นะครับ มันร้อนเดี๋ยวลวกมือเอานะ” ชานยอลหยิบถุงเฝออกมาแกะแล้วเทใส่ชามให้คริสโตเฟอร์
“คริสโตแล้ว กินเองได้ไหมครับ อย่าลืมเป่าเป่าให้หายร้อนก่อนด้วยนะครับ”
“ได้ครับ คริสกินเองได้ คริสโตแล้วครับ”
ชานยอลส่งยิ้มแล้วชูนิ้วโป้งให้เด็กน้อยหกขวบคนเก่งที่ตอนนี้ไม่สนใจสิ่งรอบตัวนอกจากชามเฝอตรงหน้า ชานยอลหันไปมองผู้ใหญ่ตัวโตๆอีกคนที่ยืนเท้าโต๊ะจ้องมองทั้งคู่อยู่ด้วยสายตายิ้มๆ ชานยอลสิ่งยิ้มตอบ
“แล้วคนนี้ละครับ กินเองได้ไหม”
“ถ้าตอบว่าไม่ได้ จะป้อนหรือ?”
“โหหห อะไร ตัวกินเฝอไม่เป็นเหลอ เดี๋ยวเค้าสอนก็ได้” คริสโตเฟอร์ที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมาทั้งๆปากยังเปื้อนน้ำซุปกระดูกหมูอยู่เลย ชานยอลเดินอ้อมโต๊ะไปหยิบทิชชู่มาเช็ดปากให้เจ้าตัวยุ่ง ก่อนจะหันไปมองอี้ฟานที่กำลังกลั้นหัวเราะ
“พี่อี้ฟานโตแล้ว กินเองได้แล้วครับ เนอะ พี่อี้ฟานเนอะ”
“อื้อ พี่โตแล้ว” ชานยอลมองอี้ฟานที่ได้แต่เออออห่อหมกตามก็กลั้นขำแทบไม่อยู่ คริสโตเฟอร์จ้องหน้าคนทั้งคู่สลับกันไปมาอย่างงงๆ แต่เด็กก็ย่อมเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ ขี้สงสัยแต่ก็ลืมง่ายพอๆกับความขี้สงสัยนั่นแหละ ชานยอลแกะเฝอเทใส่ชามสำหรับอี้ฟานและตัวเอง ก่อนส่งชามเฝอให้คนที่โตแล้วแต่แอบงอแงลองทานดู
“ลองทานดูนะครับ เฝอ จริงๆแล้วไม่ใช่อาหารลาวหรอก แต่ร้านนี้เขาทำอร่อยชนิดไม่ต้องถึงเวียดนามเลย” อี้ฟานส่งยิ้มกลับมาให้ ก่อนจะตักน้ำซุปเข้าปากคำหนึ่ง แล้วก็ต้องพยักหน้าออกมา เฝอร้านนี้อร่อยสมคำร่ำลือ ใครที่ได้ซดน้ำก็ติดใจทุกราย เพราะฉะนั้นชานยอลถึงแอบภูมิใจอยู่นิดหน่อยที่เป็นคนแนะนำของอร่อยให้อี้ฟานทาน ยิ่งพอเห็นรอยยิ้มพรายของร่างสูงตรงหน้า ร่างโปร่งก็อดที่จะนึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวของผู้ชายตัวโตไม่ได้ ตอนแรกที่เจอกันอี้ฟานไม่มายุ่งวุ่นวายอะไรกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังประหยัดถ้อยประหยัดคำ ออกจะเย็นชาเสียด้วยซ้ำ แต่หลังจากคืนแรกผ่านไป ความสัมพันธ์ของเขากับอี้ฟานคล้ายจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก
เหมือนความเหงาที่มีอยู่ค่อยๆหายไป
ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดี ดีมากๆเลยด้วย

“ทานเสร็จแล้ว คริสวางไว้เลยนะครับ เดี๋ยวพี่ชานยอลล้างชามเอง ให้พี่อี้ฟานพาไปดูการ์ตูนนะ”
เมื่อเห็นเด็กน้อยยกชามขึ้นมาซดน้ำซุปเสียเกลี้ยง ชานยอลก็บอกให้คริสโตเฟอร์ไปดูการ์ตูนกับอี้ฟานที่ห้องรับแขก เวลาบ่ายๆอย่างนี้ การ์ตูนพวกซุปเปอร์ฮีโร่ที่คริสโตเฟอร์ชอบจะฉายออกช่องเคเบิ้ลทีวี คริสโตเฟอร์รับคำ ก่อนจะกระโดดลงจากเก้าอี้เดินฉับๆไปหาอี้ฟานที่เพิ่งตักเส้นเฝอคำสุดท้ายเข้าปากไปเหมือนกัน มือป้อมๆกระตุกชายเสื้อของอี้ฟานแรงๆสองที
“ตัวพาเลาไปดูการ์ตูนหน่อย”
“เอาสิ ไปกัน” อี้ฟานลุกขึ้นเต็มความสูง เป็นครั้งแรกที่คริสโตเฟอร์ร้องอุทานออกมาเสียงดัง “ตัวสูงจังเลย เท่ห์ด้วย พี่ชานยอลก็สูง แต่ตัวสูงกว่า อย่างงี้ก็ต้องปกป้องพี่ชานยอลได้สิ”
ดูเหมือนอี้ฟานจะชอบใจไม่หยอก
“พี่ชานยอลปกป้องคริส แล้วตัวก็ปกป้องพี่ชานยอลไง เหมือนยอดมนุษย์ไฟฟ้าห้าสี เลาให้ตัวเป็นสีแดง เก่งที่สุดเลย เลาจะเป็นสีฟ้า แล้วพี่ชานยอลเป็นสีชมพู”
“เอ๋ สีชมพูงั้นเหรอ พี่ชานยอลเป็นสีเหลืองได้มั้ย พี่ชอบสีเหลืองมากกว่านะ” ร่างโปร่งที่ล้างจานอยู่ได้ยินบทสนทนาของเด็กน้อยวัยหกขวบกับผู้ใหญ่ตัวโตแล้วก็ต้องอดค้านออกมาไม่ได้
ก็สีชมพูน่ะมันใช่สีของเด็กผู้ชายเสียที่ไหนกันล่ะ
“สีชมพูน่ะดีแล้ว” แล้วเสียงทุ้มๆของอี้ฟานก็ดังตอบกลับมา โดยมีเสียงตะโกนของคริสโตเฟอร์เป็นลูกคู่ ชานยอลส่ายหน้า
นี่ก็พอกัน

“ตัวไปพูดกับพี่ชานยอลซี้ ที่เลาสอนน่ะ”
“ไม่เอาน่า”
“ตัวลองพูดซี้ รับรองพี่ชานยอลต้องชอบ เชื่อเลา”
เสียงงุ้งงิ้งที่ดังมาจากห้องรับแขกทำให้ชานยอลที่กำลังคว่ำชามใบสุดท้ายใส่ตะแกรงต้องอมยิ้มด้วยความเอ็นดู ไม่อยากจะเชื่อว่าอี้ฟานหน้าดุตามคมจะเข้าขาได้ดีกับคริสโตเฟอร์ ที่ปกติจะเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่ส่งเสียงเย้วๆมากเท่าวันนี้ อาจเพราะเด็กน้อยเจอเพื่อนเล่นถูกใจกระมัง
“ไหน ใครจะพูดอะไรกับพี่เอ่ย”
ร่างโปร่งเดินออกมาจากครัว ก่อนทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาข้างๆอี้ฟานและคริสโตเฟอร์ เด็กน้อยสะกิดแขนอี้ฟานยิกๆให้พูดอะไรสักอย่าง ร่างสูงหันไปมองหน้าคริสโตเฟอร์ที่ทำหน้าลุ้นระทึกราวกับเอาใจช่วยฮีโร่คนโปรดก็ไม่ปาน แล้วก็สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่
คิ้วเรียวเลิกขึ้นน้อยๆ คล้ายกับรอคอย

“สังมางามแท้น้อ”

เพราะประโยคนั้น เสียงหัวเราะของชานยอลกับคริสโตเฟอร์ถึงดังลั่นห้องรับแขก ตามมาด้วยสีหน้าเหรอหราของอี้ฟาน
“ฉันพูดอะไรผิดหรือ”
“ตัวไม่พูดอะไรผิด ตัวพูดความจริงต่างหาก คิกคิกคิก”
อี้ฟานพลาดท่าเด็กเสียแล้ว
“สังมางามแท้น้อ เป็นคำอุทานน่ะครับ ประมาณว่า ทำไมสวยแบบนี้ คริสนี่สอนอะไรพี่อี้ฟานแผลงๆ ฮ่าๆๆๆ แต่เก็บไว้ใช้พูดกับคนที่ชอบได้ครับ คนที่ได้ฟังคงดีใจ”
“อย่างนั้นหรือ” อี้ฟานมองหน้าชานยอลที่กำลังหัวเราะ “แล้วนายดีใจหรือเปล่าล่ะ”
"ดีใจสิครับ ดีใจมากเลย เนอะคริสเนอะ"
ชานยอลคงไม่รู้ว่าในประโยคนั้นแฝงอะไรเอาไว้ ถึงได้ตอบความจริงออกไปให้หัวใจของอีกคนเต้นแรง
"ดีใจก็ดีแล้ว"

.
.

คริสโตเฟอร์หลับไปตั้งแต่ทุ่มกว่าๆ
อาจเพราะในตอนบ่าย เด็กชายเล่นสนุกอยู่กับคริสและชานยอลจนหมดแรง เกสต์เฮาส์ทรงโคโลเนียลแห่งนี้มีอะไรให้คริสและคริสโตเฟอร์ค้นพบอีกมาก นอกจากสวนหน้าบ้านและหลังบ้านแล้ว ในตัวบ้านยังมีห้องสมุดเล็กๆอีกด้วย รสนิยมการอ่านของชานยอลจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว คริสเจอหนังสือที่เขาเคยอ่านตอนเด็กๆอย่าง The catcher in the rye , How to kill a mocking bird , two moons , Kim ในชั้นวางหนังสือของชานยอล นอกจากนั้นยังมีการ์ตูนเก่าๆภาษาอังกฤษที่คริสโตเฟอร์หยิบมาฝึกอ่านได้ง่ายๆเหมือนอย่างเล่มที่วางอยู่ในห้องนอนของคริส
พออ่านการ์ตูนแล้วเกิดความสนุก คริสโตเฟอร์ก็จินตนาการว่าตัวเองเป็นการ์ตูนตัวนั้นตัวนี้ แล้วเรียกให้คริสกับชานยอลมาเล่นบทบาทสมมุติด้วย สำหรับคริส การแสดงถือเป็นอาชีพของเขาอยู่แล้ว แต่สำหรับชานยอลการเล่นบทบาทสมมุติมันช่างลื่นไหลอย่างน่าประหลาด
เรียกว่าเป็นธรรมชาติก็ไม่ผิดนัก
ความเป็นธรรมชาติที่มาจากเด็กผู้ชายซนๆที่โตเป็นผู้ใหญ่ที่สดใสเหมือนพระอาทิตย์
คนที่คริสหลงรัก
แม่ของคริสโตเฟอร์มารับร่างน้อยที่หลับปุ๋ยตอนสี่ทุ่มกว่า ชานยอลยังมีเรี่ยวแรงเก็บข้าวของที่เอามาใช้ประกอบฉากการเล่นสนุกให้เข้าที่โดยมีคริสเป็นลูกมือ เมื่อเสร็จจากงานกระจุกกระจิกนั้น ร่างโปร่งทิ้งตัวนั่งอย่างเหนื่อยอ่อนที่โซฟา
"เขาว่ากันว่าเลี้ยงเด็กคนเดียวต้องใช้คนทั้งหมู่บ้านนี่เห็นจะจริงนะครับเนี่ย"
คริสทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ จ้องมองใบหน้าขาวที่หลับตาฟุบไปกับโซฟา ยังไม่ทันที่จะได้ตอบอะไร เสียงลมหายใจที่พรูออกมาอย่างสม่ำเสมอก็แสดงให้เห็นว่าร่างโปร่งได้เข้าสู่ห้วงนิทราเสียแล้ว
ใบหน้าขาวที่หลับตาพริมอย่างมีความสุขทำให้คริสไม่กล้าแม้แต่จะปลุก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่กล้าที่จะทิ้งให้ชานยอลนอนอยู่ที่โซฟาเพียงลำพัง คริสจึงตัดสินใจลุกขึ้น เดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองเพื่อหอบผ้าห่มผืนหนาลงมาห่มให้คนที่หลับไปแล้วและตัวเขาเอง โชคดีที่ผ้าห่มผืนนั้นใหญ่พอสำหรับผู้ชายตัวโตๆสองคน
ไม่อย่างนั้นคงมีใครสักคนที่เป็นหวัด
และหวังว่าคนๆนั้นจะเป็นคริสมากกว่าจะเป็นชานยอล

.
.

"เฮ้ยยยยยยยย"
คริสถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วย เสียงทุ้มหวานที่ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ไม่รู้ว่าเมื่อคืนอากาศหนาวหรือเพราะเป็นความเคยชินทำให้คนสองคนตื่นขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันโดยไม่รู้ตัว ชานยอลเป็นคนผละออกจากอกกว้างของคริสก่อน สีหน้าเหรอหราทำให้คริสนึกถึงความอึดอัด ชานยอลจะรู้สึกอย่างไรกันหนอ
กลายเป็นความกระอักกระอ่วนเช่นนั้นหรือเปล่า
"ฉันขอโทษ"
"ขอโทษทำไมครับ ผมนี่สิต้องขอโทษอี้ฟาน" ดวงตากลมโตจ้องมองคริสด้วยความรู้สึกผิด "ตัวผมหนักเสียด้วย ทับแขนอี้ฟานคงนอนไม่สบายแน่ๆ"
ทำไมกันหนอที่คริสกลับมองว่าท่าทางที่รู้สึกผิดของชานยอลเป็นอากัปกริยาที่น่ารักไม่หยอก
"อี้ฟานไม่ได้ดื่มกาแฟเลย วันนี้ผมตื่นสาย" ชานยอลกระเสือกตัวลุกขึ้นจากโซฟา เดินไปที่ครัวเพื่อที่จะชงกาแฟเหมือนปกติ จนคริสอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า การตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของกันและกัน นอกจากความรู้สึกผิดแล้ว ชานยอลไม่ได้รู้สึกอะไรอีกบ้างเลยหรือ
เพราะหัวใจของคริสเต้นรัวอยู่ในหน้าอกจนแทบจะซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยไม่ได้
อาการตกหลุมรักนี่มันแย่จริงๆ ในขณะที่เดียวก็หวานซ่านไปทั้งหัวใจ คริสถือว่ามันเป็นกอดแรกของเขากับชานยอล ต่อให้จะเกิดจากความบังเอิญก็เถอะ แต่มันคงต้องมีสักวัน ที่สองมือคู่นั้นกางออกรับอ้อมกอดของเขาด้วยความเต็มใจ
คริสตกใจกับความคิดของตัวเอง นี่เขาฟุ้งซ่านได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ
"อ้อ มีแพลนจะทำอะไรหรือเปล่าครับวันนี้" เสียงชานยอลตะโกนถามคริสมาจากในครัว ปลุกให้คริสตื่นจากความคิดบ้าๆในหัว หลังจากประมวลอยู่สามวินาที แน่ละว่าคริสย่อมตอบว่าไม่มีอยู่แล้ว
"โอเค เพื่อเป็นการขอบคุณที่อี้ฟานยอมทิ้งเตียงสบายๆมานอนโซฟาเป็นเพื่อนผม ไม่ปล่อยให้ผมโดนผีหลอกคนเดียว วันนี้เราไปเที่ยวกันนะครับ"
นั่นล่ะคือเรื่องน่ายินดี
น่ายินดีที่สุด

i128lala
Admin

Posts : 44
Join date : 2014-03-08

View user profile http://i128lala.thai-forum.net

Back to top Go down

View previous topic View next topic Back to top


 
Permissions in this forum:
You cannot reply to topics in this forum