THEN CAME YOU : 05 *ON - GOING

View previous topic View next topic Go down

THEN CAME YOU : 05 *ON - GOING

Post by i128lala on Sat Mar 08, 2014 4:23 pm

05

กลิ่นน้ำมันลินสีดที่ลอยอวลอยู่ในบ้านนั้นเป็นสัญญาณว่าชานยอลเริ่มต้นวาดภาพสีน้ำมันอีกแล้ว
ชานยอลนั่งวาดรูปอยู่ที่ระเบียงห้องสมุด ด้วยความที่ประตูทางออกสู่ระเบียงกรุด้วยกระจกทำให้คริสเห็นทุกการเคลื่อนไหวของชานยอลได้อย่างชัดเจน ร่างโปร่งมือเปรอะสี หากสีหน้ามีความสุขนั้นทำให้คริสล้มเลิกความคิดที่จะเคาะประตูกระจกบอกว่าเขาตื่นแล้ว
วันนี้คริสตื่นสาย และคิดว่าชานยอลเองก็ง่วนอยู่กับการวาดรูปเช่นกันถึงไม่ได้สังเกตว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนแล้ว แม้กลิ่นของน้ำมันลิดสีดจะไม่รื่นจมูกนัก แต่แปรงเล็กที่ค่อยๆบรรจงแต่งแต้มรูปภาพรูปนั้นของชานยอลทำให้คริสลืมกลิ่นไม่พึงประสงค์นั้นไปเสีย ฝีแปรงของชานยอลทำให้ชายหนุ่มอดนึกถึงเอลล่า นักร้องคนโปรดไม่ได้
ภาพของชานยอลใช้สีนุ่มนวล ทว่ามีความหนักแน่นอยู่ในนั้น
เด็กดื้อที่ไม่ยอมปล่อยวาง?
ไม่รู้ว่าคำๆนั้นมันลอยเข้ามาอยู่ในความคิดตั้งแต่เมื่อไหร่ คริสอดขำไม่ได้ เมื่อวานนี้เขาได้พูดอะไรบางอย่างเพื่อสะกิดให้คนขยันยิ้มต้องกลับมาคิดทบทวนอะไรบ้าง ส่วนตัวเขาเองก็ต้องกลับมาคิดเหมือนกัน
ความรักเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก แต่ต้องการความเข้าใจ
สถานะของเขากับชานยอลในตอนนี้ แทบจะเป็นคนแปลกหน้ากันโดยสิ้นเชิง คริสเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นเรื่องที่ดีหรือเปล่า แต่เขาทำใจให้ปล่อยมือจากชานยอลไปไม่ได้
น่าแปลกที่ในยามค่ำคืน แม้จะไม่มีช่อดอกโมกวางไว้ข้างหมอนให้นอนหลับสบายเหมือนในคืนแรกอีกแล้ว แต่การที่ได้อยู่ร่วมบ้านเดียวกับชานยอล คริสก็นอนหลับได้อย่างอุ่นใจและอิ่มเอม
อดไม่ได้ที่จะคิดถึง ริมฝีปากสีแดงสดที่วาดเป็นรอยยิ้มสวยตัดกับผิวขาวเนียนผ่องแสนนุ่มที่เคยฝากรอยรักเอาไว้นับครั้งไม่ถ้วน
อาการตกหลุมรักใครสักคนช่างเป็นความเจ็บปวดที่แสนหวานเหลือเกิน และความรู้สึกนั้นก็มากพอที่คริสจะทิ้งชื่อเสียงและทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่นี่
ที่เกสต์เฮาส์เล็กๆ ริมแม่น้ำโขงแห่งนี้
ขอเพียงแค่พูดเท่านั้น

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะกระจกทำให้คริสตื่นจากภวังค์ ชานยอลยืนอยู่อีกฟากของหน้าต่างกรุกระจก นิ้วเรียวเคาะเบาๆไปตรงคิ้วที่ขมวดมุ่นของคริส แล้วพูดเป็นคำให้ชายหนุ่มอ่านปากตามได้ง่ายๆว่า
“คิดอะ ไรอยู่ คิ้วมุ่นใหญ่แล้ว”
คริสส่ายหน้า ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูกระจกออกไปหาชานยอลที่ยืนมองเข้าอยู่
“ไง แวน โกะห์ วาดไปถึงไหนแล้ว”
“ยังไม่เสร็จหรอกครับ” ตอบสั้นๆ ง่ายๆ แถมบุ้ยไปที่ภาพวาดสีน้ำมันชิ้นล่าสุด “อีกไม่เยอะหรอกครับ เหลือแค่เก็บรายละเอียดสุดที่รักอีกนิดหน่อย กว่าจะเสร็จก็หมดเงินไปโข ค่าสี ค่าเฟรม” บ่นมาชุดหนึ่ง เล่นเอาคริสอดขำออกมาไม่ได้ ชานยอลคงเรียกภาพวาดทุกชิ้นว่าสุดที่รักสินะ เมื่อเห็นคริสอมยิ้มร่างโปร่งก็อธิบายต่อ
“ผมน่ะ พอวาดภาพเสร็จ ตั้งชื่อภาพเรียบร้อย ภาพนั้นก็กลายเป็น ภาพนั้นน่ะทุกที เสียดายที่อุปกรณ์วาดรูปที่นี่แพง ผมเลยไม่ได้วาดบ่อยๆเหมือนตอนอยู่โซล ฝีมือตกไปเยอะ”
“คราวนี้วาดอะไรหรือ” คริสชะเง้อไปมองภาพที่ยังวาดไม่เสร็จ แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วก็ตาม
“วิวจากระเบียงห้องของเรานั่นแหละครับ แวน โกะห์ยังนั่งที่ระเบียงแล้วเกิดแรงบันดาลใจวาดรูปสวยๆจากระเบียงคาเฟ่ ผมก็เลยคิดว่าตัวเองเป็นแวน โกะห์น่ะ คริสวาดรูปกับเขามั่งหรือเปล่าครับ”
คำว่าเรานี่มันให้ความรู้สึกดีเหลือเกิน
“สวัสดีแวน โกะห์ ผมชื่อปิกัสโซ่”

.
.

อี้ฟานเหมาะสมกับฉายาของปิกัสโซ่
ภาพวาดของร่างสูงนั้นล้ำลึก ยากที่จะเข้าใจ นึกถึงกระดาษเอสี่ที่เต็มไปด้วยภาพของสัตว์ประหลาดแปลกๆที่ชานยอลคิดว่าคริสโตเฟอร์จะเป็นคนวาดเมื่อวันก่อนแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้
ที่แท้คนวาดไม่ใช่ใคร ........ ปิกัสโซ่อี้ฟานนี่เอง
สีหน้าจริงจังของอี้ฟาน ทำให้ชานยอลอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ดูเหมือนเสียงหัวเราะของเขาจะดังมากไปหน่อย ร่างสูงถึงได้หันมาจ้องหน้าเขาราวกับจะตัดพ้อ จนชานยอลต้องง้อคนตัวโตเสียทีหนึ่ง
“วาดเก่งนะครับเนี่ย”
“โกหกนี่โดนทำโทษนะ”
“ถามคริสโตเฟอร์ดูสิครับ รายนั้นคงบอกว่า เจ๋งที่สุดเลย”
“แล้วคนนี้ล่ะ” ชี้มือมาที่ชานยอล ร่างโปร่งเลยตอบกลับด้วยการทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เมื่อเห็นว่าคนตัวสูงเริ่มทำปากบู้เหมือนเด็กๆเข้าไปทุกทีก็อดนึกขำไม่ได้
“ว่าไงครับ?” ถามซ้ำอีกครั้ง ทว่าไม่มีคำตอบจากชานยอล ร่างโปร่งเดินไปที่ชั้นหนังสือ กวาดสายตามองหาสักครู่ก็เจอที่สิ่งต้องการ ชานยอลหยิบหนังสือนำเที่ยวลาวภาษาอังกฤษของสำนักพิมพ์ DK ออกมา เปิดหาหน้าที่ต้องการ แล้วเดินตรงไปหาคริสที่นั่งมองการกระทำของเขาด้วยสายตาเหมือนเด็กอยากรู้อยากเห็น
“ใครๆบอกว่ามาลาวต้องมาเวียงจันทร์ มาหลวงพะบาง แต่ผมว่าที่ปากเซก็มีดีนะครับ” นิ้วเรียวชี้ไปที่รูปภาพต่างๆ “ที่เที่ยวเยอะ น้ำตกเอย อุทยานแห่งชาติเอย ผมว่าอี้ฟานน่าจะไปดูนะ”
“นี่กะจะไล่ฉันให้ไปพักที่อื่นใช่ไหม ถึงได้เอาที่เที่ยวมาล่อแบบนี้” คนตัวสูงเหมือนจะตีความจุดประสงค์ของชานยอลไม่ออก “ฉันไม่ไปไหนหรอกนะ”
“ผมพูดอย่างนั้นด้วยหรือ”
“ก็นายบอกว่าอี้ฟานน่าจะไปดูนะ มันก็หมายความว่า...”
“ครับ ผมชวนอี้ฟานไปเที่ยวด้วยกัน ผมไม่เคยไปปากเซ ก็ว่าจะหาเพื่อนไป แต่ถ้าอี้ฟานอยากอยู่ที่นี่ ก็ไม่เป็นไรครับ” ขอแกล้งคนตัวโตเสียหน่อยเถอะน่า ชานยอลปิดหนังสือนำเที่ยวแล้วแกล้งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะได้หมุนตัวกลับไปหยิบหนังสือคืนที่ชั้นวาง มือแกร่งของอี้ฟานก็คว้าหมับเข้าที่แขนเสียก่อน
“ที่ไหนที่มีนาย ฉันไปหมดนั่นแหละ”
คำพูดนั้นมันจริงจังเสียจนรู้สึกอุ่นร้อนที่ใบหน้า อี้ฟานยืนขึ้นเต็มความสูง ทว่าไม่ได้ปล่อยแขนของชานยอลออก ดวงตาคมจ้องมองมาที่ดวงตากลมโต คล้ายจะยืนยันว่าอี้ฟานหมายความตามที่พูดจริงๆ
ความอุ่นใจที่เกิดขึ้นในความรู้สึกคืออะไร ชานยอลไม่แน่ใจ
สิ่งที่เป็นอยู่มันดีแล้ว แต่การที่มีอี้ฟานอยู่ด้วย ทำให้ความเหงาที่แวะเวียนมาทักทายเขาเป็นครั้งคราวนั้นหายตัวไป ชานยอลไม่มีอะไรจะพูดมากมาย นอกจาก
“ให้ผมกอดอี้ฟานสักทีได้ไหม”
คนตัวสูงวาดแขนออกกว้าง ร่างโปร่งของชานยอลถูกอี้ฟานรวบไว้ในอ้อมแขน มันเป็นกอดที่อบอุ่น อุ่นจนเผลอคิดไม่ได้ว่า อยากจะอยู่ในวงแขนนี้นานๆ
ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มเย็น ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู
“ขอบคุณนะครับ”
ขอบคุณที่รอผม

.
.
“วันนี้คงไปไม่ทันกินข้าวจี่ที่อี้ฟานชอบแล้วล่ะครับ เดี๋ยวผมทำอะไรง่ายให้ทานรองท้องก่อนแล้วกัน”
เพราะวันนี้สายแล้ว อาหารเช้าของคริสกับชานยอลจึงเกิดขึ้นในครัว นับเป็นโชคดีของคริสที่ไม่ต้องข้าวจี่อีกแล้ว เป็นปกติที่ชานยอลจะไล่ให้คริสไปนั่งรอข้างนอก แต่เพราะอยากอยู่ใกล้ คริสถึงไม่ยอมไปไหน
“ทำอะไรอยู่ หอมจัง”
“ทำการบ้านอยู่ครับ” ปากก็ตอบอย่างนั้น แต่มือกำลังทาแยมขนมปังที่ปิ้งจนเหลืองกรอบแล้ว
“งั้นฉันตรวจการบ้านให้นะ”คริสยิ้มก่อนจะดึงขนมปังจากมือของชานยอลไปทานหน้าตาเฉย “ให้เอเลย การบ้านนี่ถูกหมดเลย ว่าแต่ เดี๋ยวให้การบ้านเพิ่มอีกเอาไหม”
“พอแล้วครับ คุณครูชอบลักไก่ การบ้านผมหายหมด”ตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ อากัปกริยานั้นทำให้คริสรู้สึกหมั่นไส้จนอดที่จะต่อยต้นแขนชานยอลเบาๆทีหนึ่งไม่ได้ ก่อนบ่นอุบอิบ “แค่แผ่นเดียวเอง”
“แล้ววันนี้ เอ่อ ติดธุระอะไรหรือเปล่า”
“ไม่นะครับ” ร่างโปร่งส่ายหน้าประกอบยืนยันความหนักแน่นในคำพูดให้คริสเชื่อยิ่งขึ้น
“ฉันอยากให้นายช่วยอะไรหน่อย”
“ได้สิครับ อี้ฟานว่ามาเลย”
“ช่วยไปเดทกับฉันได้ไหม” เสียงเบาราวกับเสียงกระซิบ ถามว่าคริสกลัวไหม ชายหนุ่มยอมรับว่ากลัว แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เขากำลังจะก้าวไปอีกขั้น แม้ความรู้สึกที่ชอบมันจะมากจนคริสไม่สามารถกักเก็บเอาไว้ได้ก็เถอะ

เคร้งงงง

มีดทาเนยในมือของชานยอลร่วงหล่นลงสู่พื้น ดวงตาเรียวสวยเบิกโพลงกว้างด้วยความแปลกใจ คริสยังคงปั้นยิ้มอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าสิ่งนี้อาจจะต้องเกิดขึ้น สิ่งที่ชายหนุ่มแสดงออกไปคือความนิ่ง แสดงออกไปว่าเขาเองไม่มีทีท่าว่าจะแปลกใจเลยสักนิด แถมยังก้มลงเก็บมีดส่งคืนให้อีกด้วย
“ว่าไงครับ.... ถ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรนะ” คริสจงใจทิ้งท้ายประโยคด้วยเสียงที่ถอนถอนใจลงเพียงนิด ให้มากพอที่จะจับกระแสน้อยใจในน้ำเสียงได้
“ไปสิครับ”
“แต่......”
“แต่อะไรหรือครับ?”
“อี้ฟานต้องช่วยผมตรวจการบ้านก่อน”

i128lala
Admin

Posts : 44
Join date : 2014-03-08

View user profile http://i128lala.thai-forum.net

Back to top Go down

View previous topic View next topic Back to top


 
Permissions in this forum:
You cannot reply to topics in this forum