GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

View previous topic View next topic Go down

GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

Post by i128lala on Sat Mar 08, 2014 4:27 pm

0 3
G U A N G Z H O U   M O D I F Y
C H A N Y E O L

ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินหน้าคณะ สายตาจ้องรูปพี่คริสที่ผมสเก็ตเมื่อคืนอย่างเอาเป็นเอาตาย
เอ่อะ ไม่ใช่จ้องด้วยความรู้สึกสันดอนอะไรขนาดนั้น แต่พี่แกจัดว่าเด็ดจริง ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมอาจารย์จุนมยอนถึงอยากให้ผมใช้พี่แกเป็นแบบนัก แต่เรื่องที่น่าอายกว่าคือ การที่ผมไปเลือดกำเดาไหลแล้วเสือกจามใส่พี่เขาอีกต่างหาก
อากาศร้อน จมูกเปราะ เลือดไหลได้ง่ายมาก นั่นคือสิ่งที่ผมคิด
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งขายหน้า เมื่อวานพี่คริสเดินเข้าไปอาบน้ำ ผมไม่รู้จะวางตัวอย่างไรก็เลยชิ่งหลับที่โซฟาแม่งเลย พอพี่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำผมก็คอพับคออ่อนคาโซฟาไปแล้ว ไม่รู้ว่าผมจะหลับด้วยท่าจัญไรหรือเปล่า พูดก็พูดเถอะ โซฟาคอนโดพี่คริสนี่แม่งนุ่มกว่าเตียงที่นุ่มที่สุดในบ้านที่คยองกีของผมซะอีก พอผมตื่นขึ้นมา พี่คริสก็ออกจากห้องไปทำงานแล้ว แต่เชื่อไหมบนเคาท์เตอร์บาร์ในครัว มีแซนวิชกับนมสดสำหรับผมวางอยู่พร้อมโน๊ตเล็กๆ
พี่ติดต่อเคาท์เตอร์ข้างล่างให้แล้ว นี่คีย์การ์ดของเรา เก็บให้ดีๆ เจอกันเย็นนี้
คริส
ถ้าผมเป็นผู้หญิง จะจัดผู้ชายประเภทพี่คริสว่าเป็นผู้ชายรับมือยาก และเป็นผู้ชายประเภทที่พี่ชายทั้งหลายไม่อยากได้มาเป็นน้องเขย เพราะดวงแม่งคงข่มน้องสาวจนไม่เหลือคราบ แต่ผมเป็นผู้ชายซกมกที่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าใกล้ วันๆเอาแต่ทำตัวทรามๆ มีเพื่อนจัญไรๆ ก็ต้องคงต้องยกพี่คริสไว้เป็นไอดอล เผื่อวันหนึ่งจะได้เป็นโรมีโอมีจูเลียตเป็นของตัวเองกับชาวบ้านเขาสักที
ก็ปาร์คชานยอลชอบดูนมสาวๆน้อยเสียเมื่อไหร่
“ไงมึง ย้ายเข้าห้องพี่เขาวันแรก ห้องกลายเป็นสลัมไปยัง” เสียงของจงแดปลุกผมให้กลับมาสู่ปัจจุบัน เอาจริงๆไม่ใช่แค่เสียงหรอก แต่เป็นพระผางที่มันถวายมาให้ผมกลางศีรษะมากกว่าที่เป็นปัจจัยสำคัญ ไอ้จงแดมันมีเรียนบ่ายเหมือนผม แต่มาสแตนบายตั้งแต่สิบโมงเพราะจะมาตรวจความเรียบร้อยของเบ้าหลอมกับอาจารย์จุนมยอน ส่วนผมไม่มีนัดอะไรแต่ไม่อยากอยู่เป็นมลภาวะในห้องกว้างๆเลยตัดสินใจออกมาด้วย ไม่คิดว่า การทักทายของเพื่อนจะหยามหน้ากันเยี่ยงนี้
“นั่น ปากเหรอครับ คิมจงแด! เพื่อนมึงก็สะอาดได้ป่ะละครับ” ผมเงยหน้าขึ้นไปตอบจงแด มันยักคิ้วหลิ่วตาให้ผม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพร้อมกับอุปกรณ์ที่มันใช้เรียน ซึ่งวันนี้ถ้าผมกวนประสาทคิมจงแดสักนิด ผมคงตายตาไม่หลับอย่างแน่นอน มันมีทั้งเหล็กขูดชาร์ป ทองเหลืองแท่ง โคบอทต์ เอ่อ บรัยส์
“สวัสดีมิตรสหาย” จู่ๆคิมจงอินก็เดินเข้ามานั่งแปะลงบนม้านั่งที่ว่างอย่างอุกอาจ คือมันโผล่มาจากไหนก็ไม่อาจทราบได้ เมื่อเช้าผมกับจงแดพยายามโทรหาไอ้จงอินเพื่อถามว่ามันจะออกมาด้วยกันกับพวกผมไหม แต่โทรเท่าไหร่มันก็ปิดเครื่อง จะส่งข้อความหามัน พวกผมก็ไม่มีโซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทคาคาโอะทอล์ค หรือไลน์เสียด้วย
“มึงมาจากดาวไหนว่ะ ไอ้ห่าจงอิน พวกกูโทรทะลวงซิมมึงจะตายห่ากันไปข้างอยู่แล้ว เสือกไม่รับสาย”
“องค์กูบอก”
“ไอ้ห่านี้ องค์ของมึงแรงดีนะสัด!” ผมว่าองค์ของจงแดแม่งอยู่ตรงกลางหว่างขามันแน่ๆ จงอินหัวเราะแห้งๆก่อนจะหยิบสมุดสเก็ตของมันขึ้นมาวาง
“พวกมึง กูว่าจะไม่หล่อด้วยเรซิ่นแล้ว แต่จะหล่อด้วยยางพาราดูดีไหมวะ”
“อื้อหื้อ ไอ้จงอิน ถ้ามึงหล่อด้วยยางพารา มึงไปเอาดีทางอุตสาหกรรมหนังโป๊เถอะว่ะ” อะไรคือการหล่อศิวลึงค์ด้วยยางพาราวะ ผมว่าจงอินแม่งมีไอเดียประหลาดอะไรอีกแล้วแหงๆ แต่อย่างว่าลองว่ามันตั้งใจจะทำอะไรแล้ว
ใครจะห้ามจงอินได้ …ไม่มี๊!
“ว่าแต่เมื่อเช้า กูเดินผ่านฮิปโปบาร์ เห็นป้ายบอกว่าคืนนี้มิกเซอร์ฟรี” จงอินพูดลอยๆ แต่ทว่าผมกับจงแดหูพึ่งถึงขั้นหูโยดาที่กางอยู่แล้ว ยิ่งกางเข้าไปใหญ่! ฮิปโปบาร์แม่งนานๆทีจะมีโปรโมชั่น สมควรจัดอย่างยิ่ง
“คราวที่แล้วยังมีเหล้าเหลืออยู่นี่หว่า ตอนที่พี่บังแกบอกให้เราซื้อเรดแดกกันมั่งอ่ะ” จงแดดีดดิ้นสะใจส่วนผมก็กระเหี้ยนกระหือรือร่วมไปกับมัน พอนึกได้ว่ามีเหล้าเหลือฝากไว้ที่ฮิปโปบาร์แล้วมิกซ์เซอร์ฟรีก็แสดงว่าพวกผมก็ไม่ต้องจ่ายอะไรแล้ว คือเรื่องเหล้า งานเมา แดกฟรีขอให้บอก ปาร์คชานยอลหน้าสลอนได้ทั้งนั้น
“มึงโทรหาไอ้แบค กับไอ้ฮุนเลย” ผมจัดการให้จงแดหยิบโซนี่อิริคสันรุ่นสั่นได้ของมันออกจากกระเป๋าเพื่อกดโทรหาแบคฮยอนกับเซฮุน ไอ้จงแดลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์แล้วเดินไปหาสัญญาณแถวๆตึกคณะ ทิ้งผมไว้กับจงอินที่ไม่ว่าเรื่องอะไร มันก็ทำหน้ามึนๆงงๆได้เสมอ
“แล้วพี่เด็ดของมึงล่ะ” ต้องขอบคุณที่มันไม่เรียกพี่คริสว่าพ่อ แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ผมชะงักนิดนึง ย้ำ นิดนึงเท่านั้น เพราะปาร์คชานยอลคนนี้มีอิสระเสรีดั่งนกนางนวล! พี่คริสก็ต้องเคยผ่านวัยรุ่นมา ก็น่าจะเข้าใจอารมณ์คึกคะนองของเด็กวัยกำลังซ่าส์อยู่แล้วน่า ผมเลยตบหัวจงอินไปทีหนึ่ง
“ตักบาตรอย่าถามพระได้มั้ยสาดด ดึกมากกูก็ไปนอนบ้านมึง ง่ายๆชิวๆ วิถีชีวิตไม่เปลี่ยน”เพราะความวี้ดว้ายกระตู้วู้กับการได้ไปแดกเหล้ามันมีมากกว่า ทำให้ผมจงใจลืมข้อตกลงที่ให้ไว้กับพี่คริสเสียสนิท เพราะบ้านของจงอินอยู่ใกล้กับฮิปโปบาร์และฮวาซองมาก ถ้าผมเมาก็ไปนอนค้างบ้านมัน แล้วพรุ่งนี้ก็ยืมชุดมันใส่มามหาลัย จะกลับไปห้องพี่คริสทำไม บ้านเพื่อนเราสุขใจกว่า แถมพี่คริสก็ไม่ต้องเหนื่อยมารับผมตอนเมาเหมือนหมาด้วย ชีวิตดีออก!
โอ้ยยยยย กระเหี้ยนกระหือรือว้อยยยยยยยยยยยยยยยย!
จังซี่มันต้องถอนนนนน!

G U A N G Z H O U   M O D I F Y
S E H U N

เท่าที่จำความได้ ผมเป็นคนที่ปกติที่สุดในกลุ่มมาตั้งแต่ไหนแต่ไร พอเข้ามหาวิทยาลัย ผมก็ตระหนักว่าตัวเองเป็นคนปกติเข้าไปใหญ่ และในตอนนี้ ผมก็รู้สีกว่าผมโชคดีมาก เพราะคนรอบตัวของผมไม่มีใครปกติเลยสักคนเดียว
ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงท่ามกลางแสงไฟสีแสบตาจากหลอดนีออนทาสีฟลูออเรสเซนต์สีชมพูแสบตาของฮิปโปบาร์ ฟังชื่อบาร์ก็แสลงใจแล้ว แต่เพราะมันเป็นถิ่นของพวกเราตั้งแต่ยังเรียนมัธยมปลาย ก็เลยยึดที่นี่มาเป็นที่สุมหัวตั้งแต่นั้นมา
“แหม้ ไอ้พวกเห็บหมา พอร้านกูมีโปรโมชั่นเสือกโผล่กันมาหน้าสลอนเลยนะสาด” นั่นคือคำทักทายของพี่บังครับ คำหยาบหรือความสถุลเป็นเรื่องปกติของเฮียแก ลองว่าพี่ยงกุกพูดว่า สวัสดีคร้าบ ยินดีต้อนรับสู่ฮิปโปบาร์คร้าบ กับพวกผมเมื่อไหร่ วันนั้นมึงสวดมนต์ภาวนาขอให้พระเจ้าคุ้มครองได้เลย
“ถึงจะเห็บหมา แต่ก็รักฮิปโปปาร์มากกว่าไคนะครับลวกเพ่”
พอเข้าไปในฮิปโปบาร์ปุ๊ป ชานยอลกับจงแดก็แทบจะแล่นเข้าไปกราบไอดอลของมัน อ้อ พี่บังยงกุก เจ้าของฮิปโปบาร์นั้นพ่วงตำแหน่งรุ่นพี่ตั้งแต่สมัยมัธยมของพวกผมเอง พวกเราไม่รู้ว่าพี่แกเรียนจบหรือเปล่า แต่ก็ถือว่าพี่แกเป็นรุ่นพี่ที่พวกผมนับถือ
“สวัสดีครับ ยงกุก bro!” แบคฮยอนพอเห็นหน้าพี่ยงกุกหลังจากไม่ได้เจอกันนานก็วี้ดว้ายกระตู้ฮู้ใส่ผม ฮิปโปบาร์จัดได้ว่าเป็นสถานที่จัญไรเดียวที่แบคฮยอนยอมมาโดยไม่มีข้อบิดพลิ้ว อาจจะเป็นเพราะว่าบังยงกุกเป็นฮีโร่ของแบคฮยอนตั้งแต่ยังเป็นเด็กอินดี้ไม่โกอินเตอร์ จนกระทั่งสไตล์เปลี่ยนเป็นเทพบุตร พี่ยงกุกก็ยังติดโผอันดับต้นๆอยู่ดี ช่างน่านับถือนัก
“อะไรโบร่ว โบร่วนะ ไอ้เชี่ยแบค” พี่ยงกุกตะโกนตอบมาจากหลังบาร์ สำหรับแบคฮยอน พี่ยงกุกเองเห็นแบคเป็นแค่รุ่นน้องเห็บหมาไม่ต่างจากพวกผมนั่นแหละ ซึ่งนั่นทำให้แบคฮยอนไม่พอใจมาก
“I just hate the way he called me! นี่ไอเป็นได้แค่ไอ้เชี่ยแบค For him เหรอวะ Dude”
“เออ ไม่เห็นที่พี่เค้าเรียกมึงเหรอไง ไอ้แบค”
แบคฮยอนจิ๊ปากใส่ผม ก่อนจะโยกหัวไปตามเพลงที่เปิด เรื่องเพลงนี่พี่บังมีสไตล์เป็นของตัวเอง แล้วแต่ละเพลงที่เปิดคือเปรี้ยวตีนเหลือเกิน งานนี้โปรโมชั่นดีๆเราก็แห่กันมาถล่มพี่แกด้วยความรัก จงแดลงมือชงเหล้าด้วยปริมาณแอลกอฮอลเจือจางน้อยที่สุดแจกรอบวง เหล้าที่มีส่วนผสมของมิกซ์เซอร์มากกว่าครึ่ง คือมันกะถล่มพี่ยงกุกเลยไง
“เฮ้ยยยยย วันนี้ปาร์คชานยอลผู้เกรียงไกรจะต้องได้เบอร์สาวสักคนกลับไป ชานยอลจะไม่เหงาใจว้อย” เสียงห้าวๆของชานยอลประกาศกร้าวกลางวงเหล้า “ทำไมกูไม่มีสาวที่ไหนเข้าหาเลยล่ะวะ ชานยอลยังโสดนะครัชชชช เอเวอรี่บาเด้!”
พอเหล้าเข้าปาก ก็ทำให้คนที่เกรียนอยู่แล้ว จัญไรเข้าไปใหญ่ พูดกันตรงๆ ชานยอลมันเป็นคนที่หน้าตาดีมาก แต่หน้าของมันดันกระเดียดไปทางหวานมากกว่า เลยทำให้ไม่ค่อยมีผู้หญิงเข้าหา ผมว่ามันต้องมโนว่ามันหน้าตาน่าเกลียดและเถื่อนอย่างหมาแน่ๆ เลยใช้ชีวิตอย่างกากได้ถึงใจแบบนี้ แบคฮยอนเบะปากกับสันดานดิบของชานยอลมัน
“เก๊าะมึงมีพ่อทูลหัวแล้วไงสาด ไม่ต้องหาสาวแล้วม้างงงงงง” สาบานว่าถ้าไม่มีใครให้ทะเลาะด้วย จงแดกับชานยอลก็แดกกันเองได้อย่างอัศจรรย์ มันสองคนทะเลาะกันตั้งแต่เรื่องช้างยันมดวกออกไปทะเลบอลติกกลับมาคลองซูเอท
“พ่อกูอยู่ต่างจังหวัดว้อย ส่วนพ่อทูลหัวเนี่ย กูไม่มีว้อยยยย” ชานยอลหันควับไปตบหัวจงแดได้อย่างว่องไวราวกับฝึกปรือทิศทางมาอย่างดี แต่ดูเหมือนชานยอลจะมันไปหน่อย เหล้าในมือมันเลยกระเด็นสาดไปโต๊ะข้างๆ
“ไอ้ห่าไหนหาเรื่องกูวะ” เป็นพี่โย่งร่างควายที่ตะโกนโหวกเหวกผ่าวงเหล้ามา มือของชานยอลชะงักไป ไอ้โย่งเพื่อนผมมันวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปยังโต๊ะที่พี่โย่งที่ยืนโวยวายอยู่
“ผมเองครับพี่ ขอโทษด้วยครับ”
“ไอ้ห่า เหล้ามึงสาดโดนเสื้อกู”
ดูเหมือนพี่โย่งจะไม่ละความพยายามที่จะระรานชานยอล เพราะสองมืออูมของพี่แกขย้ำคอเสื้อเชิ๊ตของชานยอลบิดเป็นเกลียวเสียแล้ว
“พี่ใจเย็นก่อนนะ” ชานยอลพยายามรอมชอมด้วยการแกะมือพี่แกออกทีละนิ้ว แต่ดูเหมือนไอ้โย่งนั่นจะไม่พอใจ ผมมองจงแดที่เริ่มยุกยิกแล้ว
“อยากให้กูปล่อยมึงเหรอ”
“จ้ะ”
“หึ กูปล่อยก็ได้...”
“แต่มึงก้มลงกราบกูเดี๋ยวนี้เลย ไอ้หน้าอ่อนเด้ย!”  ไอ้พี่โย่งปล่อยคอเสื้อชานยอล แล้วผลักร่างสูงโย่งของเพื่อนผมล้มลงไปบนพื้น เราสี่คนมองหน้ากัน ส่วนไอ้พี่โย่งถอยหลัง ยืดกอดอกแน่น เฝ้ารอให้ชานยอลก้มลงกราบขอโทษที่ทำเสื้อพี่แกเลอะ ผมว่าไอ้พี่นั่นหมายมาดจะโชว์พาวด์เต็มที่ แต่ทว่า
พลั่กกกกกกกกกก
“อึก”
ไอ้พี่โย่งล้มไปกับพื้นเช่นกันกับชานยอล แต่แรงเหวี่ยงและน้ำหนักของไอ้พี่โย่งซึ่งมากกว่าทำให้เก้าอี้แถวนั้นล้มเสียงดังโครมคราม คนทั้งร้านเริ่มมองเราเป็นจุดเดียว พวกคุณคาดหวังว่าพวกผมคงเป็นเพื่อนประเภทหัวหดหากเพื่อนมีเรื่องแล้วหนีเอาตัวรอด ส่วนคนที่มาช่วยก็คือพี่คริสที่ติดเรดาร์ตามตัวชานยอลเอาไว้ อะไรประมาณนั้นใช่ไหม
แต่เปล่าเลย
เพราะคนที่ถีบไอ้พี่โย่งนั้นลงไป คือไอ้จงอิน!
ข้างหลังจงอิน คือไอ้จงแดที่ถือเหล็กขูดชาร์ปแท่งยาวด้วยสีหน้ากวนประสาทที่สุด เห็นมันปั้นพระพุทธรูปแบบนั้น ตัวจริงจัญไรแมนมากนะครับ ผมพูดเลย อย่าปลุกความเหี้ยมในตัวจงแดให้ตื่นขึ้นเชียว เพราะคุณจะได้เห็นว่าถึงหน้าตาของจงแดจะสงบเยือกเย็นพร้อมสละทางโลก แต่จิตใจของมันพร้อมกลายร่างเป็นพระกระโดดกำแพงได้ทุกเมื่อ!
ส่วนแบคฮยอนกับผมรับหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือ
นั่งเฝ้าของให้พวกมัน!
“มึงมีปัญหาอะไรกับเพื่อนกู! ขอโทษใช้ไม่ได้ผลต้องก้มกราบใช่ไหม ได้ มึงกราบกู!” หน้าของไอ้จงอินตอนนี้คือเหี้ยมโหดยิ่งกว่าปลาไหลมอเรย์! ไอ้พี่โย่งมองเหล็กขูดชาร์ปในมือของจงแดแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายอึก
“คะ คะ คูยกันดีๆก็ได้นะน้อง”
“ค***ยอะไรว้อย ไอ้ห่า อยากดูนักกูจะถอดโชว์!” เรื่องนี้คิมจงอินถนัดมาก ผมขอบอก อย่าท้าให้มันโชว์อะไรสุ่มสี่สุ่มห้า
“เห้ย ใครมีเรื่องกันในร้านกูวะ”
แต่ยังไม่ทันที่ไอ้พี่โย่งจะได้พูดอะไรหรือแก้ไขความเข้าใจผิดอะไรทั้งนั้น พี่บังยงกุกก็เดินออกจากข้างหลังบาร์ เสียงทุ้มห้าวของพี่บังข่มขวัญชาวประชาในร้านให้หัวหดไปตามๆกัน
“เซฮุน ในฐานะที่มึงเป็นน้องที่กูไว้ใจ มึงเล่าให้กูฟังดิ๊ เกิดอะไรขึ้นในร้านของกู” พี่บังเดินย่างสามขุมมาหาผม ตบไหล่ผมที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ และผมก็เป็นคนที่ยุติธรรมพอ
“มันหาเรื่องพวกผมพี่!”
ก็แน่ล่ะ ต้นเรื่องไม่รู้เป็นไงแต่ปลายทางมึงเสือกมาหาเรื่องเพื่อนกู ก็ต้องรับผลแบบนี้แหละ สาดเอ้ยยยย!  ผมยืนมองพี่ยงกุกเดินไปหาไอ้โย่งยักษ์ที่กำลังมึนตีนจงอินอยู่แล้วก็นั่งยองๆ โปรยยิ้มที่หวานที่พี่แกคิดว่าเต็มไปด้วยน้ำใจไมตรีแก่คุณลูกค้า ก่อนพูดด้วยเสียงนุ่มนวลเหมือนคอลเซนเตอร์ว่า
“สวัสดีครับ ผมบังยงกุกนะครับ เป็นเจ้าของฮิปโปบาร์ ผมอยากจะบอกคุณลูกค้าว่า....”
พี่แกกระชากคอเสื้อไอ้พี่โย่งด้วยท่าเดียวกันกับที่มันกระชากคอเสื้อชานยอล ก่อนจะควักมีดสั้นที่ไม่รู้พี่แกเหน็บเอาไว้ตรงไหนขึ้นมาร่ายรำไปบนหน้าของไอ้พี่โย่งนั่น
“ถ้าจะมีเรื่องกัน ไปมีนอกร้านกู เข้าไจ๋? เดี๋ยวมึงจะโดนทั้งขากู ทั้งขาเห็บมวย ไอ้เชี่ยเอ้ย!”
อาเมน ชีวิตของไอ้เชี่ยโย่ง จบลงด้วยประการชะนี้ อ้อ มึงอย่าลืมไปหาหมอด้วยนะ โอเซฮุนขอเตือนด้วยความหวังดี น้ำลายพี่ยงกุกน่ะ น้องๆคลองแสนแสบๆดีนี่เอง!

G U A N G Z H O U   M O D I F Y
C H A N Y E O L

แบคฮยอนกับเซฮุนนั้นแยกย้ายกันกลับหอของพวกมันที่อยู่ไม่ไกลจากฮวาซองเท่าไหร่ ส่วนผมกับจงแดก็มาลงเอยที่บ้านของจงอินตอนตีหนึ่งกว่าๆ!
เพราะหลังจากมีเรื่องให้พี่ยงกุกกระชุ่มกระชวยหัวใจเล่นๆแล้ว พี่แกก็ของขึ้นไม่ยอมให้พวกผมแดกมิกซ์เซอร์ฟรีอีกต่อไป พี่ยงกุกยื่นคำขาดว่า
“หาเรื่องนะมึง! ถ้าไม่เปิดเรดอีกขวด วันไหนไม่มีโปรโมชั่นค่อยกลับมาแดกใหม่ว้อยยยยย”
ต้องขอบคุณไอ้เชี่ยโย่งหมูตอนที่เล่นกูซะก้นกบกระแทก! ดีนะที่ไอ้จงอินกับจงแดมาด้วยกัน พวกมันสองคนชาติที่แล้วคงเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามหรืออะไรสักอย่างแน่ๆ เพราะหน้าของมันสองคนนี่ไม่อาจสัญหาคำไหนมาบรรยายได้เหมาะเท่ากับคำว่ากระเหี้ยนกระหือรือจะแดกตีนอีกแล้ว! ถึงแม้จะไม่ได้สร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าแต่ก็สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้ที่มาแสวงหาความเสื่อมได้ไม่แพ้กัน พวกผมเลยต้องถูกอัปเปหิออกจากฮิปโปบาร์โดยไม่ได้เบอร์สาวเลยสักกะคน
ฟวย!
“เห้ย แบตมือถือกูหมด! จงอินมึงมีที่ชาร์ตโซนี่ป่าววะ”
“กูใช้ซัมซุง!”
“แล้วชานยอล มึงอ่ะ”
“กูใช้โนเกียว่ะ”
“เจริญ มือถือกูดับแล้วใครจะตั้งปลุกว่ะสัด”
“มึงอย่าคิดว่ามือถือมึงจะตั้งปลุกได้คนเดียวสิวะ ของกูมีไฟฉายด้วยกูยังไม่อวด”
เอ่อ พวกคุณอย่าตกใจกันไปครับ! พวกเราไม่ได้คุยกันเรื่องอาวุธสงคราม แต่คุยกันเรื่องมือถือ! อย่างที่บอกจงแดมันใช้โซนี่อิริคสันรุ่นเดินได้อะไหล่หายาก ถ้าไม่เตรียมมาจากบ้าน อย่าหวังเลยว่าจะมีเตรียมไว้ให้ เพราะไอ้จงอินมันใช้ซัมซุงฮีโร่ ส่วนผมใช้โนเกีย 3310 และมือถือทั้งสามเครื่องนี้ จัดได้ว่าเป็นรุ่นที่สตีฟจ๊อบรังเกียจ บิล เกตไม่สนใจ หัวเหว่ยยังไม่ขอก๊อปปี้!
เอาจริงๆมือถือพวกนี้มันยังใช้ได้ดี และผมไม่เห็นความจำเป็นจะต้องเปลี่ยน สำหรับผมไอ้พวกโซเชียลทั้งหลายมันไม่จำเป็น มีอะไรก็โทรหาเอา ง่ายดี แต่ข้อเสียก็คือ เราจำเป็นต้องพึ่งตัวเอง ด้วยการพกอุปกรณ์ในการชาร์ตติดตัวเอาไว้เสมอ!
ว่าแต่ที่ชาร์ตแบตของผมอยู่ไหนกันล่ะเนี่ย
อ้อ คงอยู่ในกระเป๋าห้องพี่คริส
พี่คริส
พี่คริส
คริส
ฉิบหายยยยย
ผมหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู พบว่าหน้าจอขาวดำของโนเกียเพื่อนรักประมวลผล ปรากฏว่ามี สี่สายที่ผมไม่ได้รับ
และทั้งสี่สายมาจากพี่คริสทั้งสิ้น!!!!!!!!!!!!!
โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไอ้ชานยอล ไอ้เห็บหมาตัวน้อยๆ!
“เออ ชานยอล กูว่าจะถามมึง มึงมานอนบ้านกู พี่เด็ดเขาไม่ว่ามึงหรอ” จงอิน ขอบคุณมากนะครับที่ทำให้ชีวิตดีออกของปาร์คชานยอลคนนี้ผลิบานขึ้นมาทันตา ผมเจริญพรจงอินอยู่ในใจ ข้อหาที่มันถามจี้ใจดำ
“ช่างแม่งเหอะ ตีหนึ่งกว่าแล้ว นอนเหอะ กูเหนื่อย พรุ่งนี้กูอยากตื่นเช๊าเช้า รับวิตามินดีจากแสงแดดอ่อน”
“หึ มึงตื่นให้ทันไปเรียนก่อนดีกว่า” จงแดยังคงหมกมุ่นกับโซนี่อิริคสันแบตหมดของมัน ด้วยกลัวว่ามือถือของพวกผมจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร
“แหมมมม ทิดจงแด! กลัวตื่นไม่ทันไปกวาดลานวัดเหรอครัชชชชช”
“ทิดพ่อง! กูไม่เคยบวชโว้ย”
“ก่อนบวชกูแนะนำให้มึงไปสักลายชินจังดึงช้างน้อยนะ มึงจะได้ดังๆ”
“ไอ้เห็บหมา ทำเป็นแนะนำกูนะ ถ้ากูตื่นสาย กูขอให้พ่อทูลหัวของมึงแจกเลขเจ็ดให้มึง ชนิดที่มึงซ่าส์ไม่ออกเลยสาด”
“เลขเจ็ดห่าอะไรวะ?”
“เจ็ดยับ!” จงแดไม่ได้ตอบ แต่เป็นจงอินที่พูดลอยๆดังแผ่วๆมาตัดขั้วหัวใจของผมดังฉึก!
ฉึก ฉึก และฉึกอีกที!!!
ผมส่งฟวยไปให้จงแดและจงอินด้วยความรัก ก่อนจะทิ้งตัวลงนอน เอาผ้าห่มย้วยๆคลุมตัวไม่ให้เห็นหน้ามหาจงแดที่ส่งยิ้มกริ่มเยาะเย้ยผมเนื่องด้วยมันสะใจที่สามารถทำให้ผมสตั๊นท์ไปได้สองวินาที
“คนอย่างพี่คริสเขามีความเป็นผู้ใหญ่พอว้อยยย อย่าลากพี่เขามาตกต่ำ สาดดดดดดดดด พี่คริสนี่ไอดอลกูนะฟร้อย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
“ก็รอดูกันไป๊ จะไอดอลหรือไอเด้า”
“ฝลัดดดดดดด ไอ้จงแด ไอ้มารราคะ”
อ่ะโหยยยยยยยยยยยยยยยย ไอ้เพื่อนหยาบคาย! ไอ้พวกไม่เห็นความรักแบบพลาโตนิค! ไอ้พวกหยามเหยียดไอดอลกรู!!!!!!!!!! แต่...... ว่าไปแล้วตอนนี้ผมกำลังทำผิดต่อไอดอลของผมอยู่นี่หว่า ชนิดที่ตอนปาร์คชานยอลทำนี่เสียใจแต่ไม่แคร์ แต่พอสำนึกได้ว่าพี่เขาโทรตามและเป็นห่วงแล้วก็เกิดกลัวว่าพี่เขาจะห่างกันสักพัก ก็เลยได้แต่ตัดใจไม่ลงและคงไม่ยอม ได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิด
ก็คนมันมีปม นิดหนึ่งก็คิดไกล!
โผล่หน้ากลับห้องพี่คริส ต้องทำหน้าแบบไหนดีวะ?
“กูปิดไฟนะ”
จงอินพูดตัดความเงียบ แล้วไฟทั้งห้องก็ดับลง พร้อมกับเสียงกรนของจงแดสลับกับจงอินที่เริ่มวงออเคสตร้าของตัวเองเช่นกัน คืนนั้น ถ้าผมนอนหลับได้สนิทแล้วยังตื่นเช้าได้อีกเนี่ย
ขอบคุณพระเจ้าเอาไว้เลยนะ คิมจงแด!
ทายสิ เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราเป็นยังไง?
คุณคงคิดภาพชายหนุ่มสามคน เดินเรียวแถวหมู่ โปรยยิ้มอาบฉาบบนสีหน้าว่ามีน้ำใจ ภายใต้แสงแดดอ่อนยามเช้า ช่างดูงดงามและสดใสสมกับเป็นวัยรุ่นอะไรเช่นนี้ จู่ๆหนึ่งในสามชายหนุ่มนั้นก็หยุดเดิน ก้มตัวลงสัมผัสกับน้ำค้างบนยอดหญ้า แล้วหัวเราะออกมาด้วยเสียงหัวเราะกังวาลอย่างน่าฟัง ก่อนที่เพื่อนของชายหนุ่มคนนนั้นจะสะกิดที่ไหล่แล้ว....
“สายแล้วว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
ฉิบหายยยยย นี่กูไม่ได้เดินพาเรดเรียงแถวหมู่ใต้อาทิตย์ยามเช้าอยู่หรอกหรอวะ?????
เพราะโนเกียของผมดันแบตหมดก่อนที่จะแผดเสียงปลุก และจงอินผู้มีที่ชาร์ตแบตกลับลืมตั้งนาฬิกาปลุก ทำให้พวกเราต้องวิ่งกระหืดกระหอบไปเรียนแบบไม่คิดชีวิต
น้ำก็ยังไม่ได้อาบ ฟันก็ยังไม่ได้แปรง แล้วต้องเข้าโรงหล่อ โรงปั้นไปตามถนัด ตกเย็นออกมาสภาพเป็นเช่นไร คุณคงไม่อยากรู้หรอก เอาเป็นว่าตอนนี้หมาขี้เรื้อนยังหอมกว่าผมแน่นอน พอเรียนจบคลาสแล้ว จงแดก็มาดักรอผมที่หน้าโรงปั้นแล้วรัวใส่ผมอยู่แค่คำเดียว
“เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด”
เจ็ดเรือยอร์ชเหรอครับ คิมจงแด?
ผมได้แต่เขม่นเข่นเขี้ยวไอ้จงแดที่เหมือนจะสะใจกับคำสาปแช่งของมันไม่หาย ในขณะที่จงอินหายตัวไปตั้งแต่บอกเลิกคลาส จงแดบอกว่า เห็นจงอินไปยืนกลางแดดจ้า ผายมือออกกว้างราวกับกำลังรับสัญญาณจากเบื้องบน แล้วมันก็หยิบข้าวของกลับห้องมันไปเลย
นี่คุณต้องการอะไรครับคุณคิมจงอิน
“กูจะกลับบ้านไปอาบน้ำ แล้วนี่มึงเอาไง?”
“กูคงกลับห้องอ่ะ”
“ห้องใครอ่ะ ห้องมึง หรือห้องหอรอรัก”
“เห็บหมาเถอะมึง!”
ผมชื่นชมจงแดด้วยความรัก ก่อนจะหยิบกระเป๋าเป้เน่าเต่าตุ่นใบโปรดมาสะพาย เออ ผมควรจะกลับไปห้อง ว่าแต่ ห้องไหนดีวะ? ห้องผม หรือห้องพี่คริส
แต่เอาวะ ลูกผู้ชาย ทำผิดก็กล้ารับผิด!
ผมเลยยืนอยู่หน้าประตูห้องพี่คริส ตัวเล็กลีบเป็นเห็บหมา กำลังจะคิดว่า กูจะเคาะดีหรือไม่เคาะดี หรือควรจะเสียบคีย์การ์ดที่ได้มาเข้าห้องไปเลยดี ถ้าเจอหน้าพี่คริสต้องทำหน้ายังไง เฮลโหล่ว พี่คริสผมกลับมาแล้ว
เมื่อวานความอยากเหล้ามันมีมากกว่าอะไรทั้งปวง ผมเลยยึดความอยากเป็นสรนังโดยลืมเหตุผลไปเลย ตอนนี้เหตุผลกลับมาแล้ว เห็บหมาก็กลับมาพ่วงด้วยยังไงล่ะ
“ยืนตรงนี้ทำไม ทำไมไม่เข้าห้อง”
ฉิบหายยยยยยยย พี่คริสไม่ได้อยู่ในห้อง พี่คริสเพิ่งกลับมาจากทำงาน ไฮ้!!!!!!!!!!!! นี่ผมไม่พร้อมจะเผชิญหน้านะ นี่พูดเลย
“เอ่อ ผม เอ่อออออออ......” ไม่มีเลยว่ะ ไม่มี! คำพูดทุกคำถูกกลืนหายไปหมด ผมพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มแห้งๆส่งให้พี่คริส
“เข้าห้องเถอะ” พี่คริสส่งยิ้มที่ดูเยียบเย็นมาให้ผมแล้วเสียบคีย์การ์ดของเปิดประตูห้องเข้าไป ผมรู้ว่าพี่เขากำลังมาคุแน่นอน เลยสงบปากสงบคำไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ได้แต่เดินมองตามแผ่นหลังพี่คริสเข้าห้องไป
“เรามีอะไรกับพี่หรือเปล่า?”
เหมือนพี่คริสจะจับสังเกตความผิดปกติของผมได้ เลยหันกลับมามองหน้าผม คือท่าทางของพี่คริสดูสบายๆนะ แต่ผมเหือนเห็นไฟเต้นระบำอยู่รอบๆตัวผมเลยอ่ะ
“ผม เอ่ออออ .... เมื่อคืน”
“ใช่ เราไม่ได้กลับห้อง”
“ผม แค่ เอ่อ.....”
“ชานยอลอยากจะพูดอะไรกับพี่หรือเปล่า?”
“ผมแค่ เอ่อ ....... ผม ผมแค่ไม่อยากรบกวนพี่”
“นั่นคือเหตุผลของชานยอลใช่ไหม? งั้นเราฟังเหตุผลของพี่บ้างนะ นั่งก่อนไหม ยืนอย่างนี้เหมือนผู้ใหญ่ดุเด็กเลย”
ก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆนั่นแหละ แต่ตอนนี้ สั่งให้ผมบินออกนอกหน้าต่างไป ผมก็คงบินออกไปแล้วอ่ะ ทุกอย่างตามใจปรารถนาของพี่คริสเลยครับ ผมยอมทุกอย่าง ปาร์คชานยอลเลยไปนั่งที่โซฟา พยายามทำหน้าเห็บหมาที่สุดเพื่อร้องขอความเห็นใจ
“เมื่อวานเราไม่กลับห้อง พี่เป็นห่วงเรามาก อย่างน้อยชานยอลก็น่าจะบอกพี่บ้าง พี่ไม่ใช่แม่ค้าในเพจ ชีพหรอกนะ ที่บังเอิญไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันน่ะ เจุนมยอนฝากชานยอลไว้กับพี่ เราต้องทำโปรเจคร่วมกัน แล้วจู่ๆชานยอลหายไปไม่บอกพี่ ชานยอลคิดว่าถ้าชานยอลเป็นพี่ ชานยอลจะเข้านอนได้อย่างสบายใจเหรอ”
ยาวแบบรัวยิงเท่ากระสุนปืนไรเฟิ่ลหนึ่งแมกซ์ เต็มไปด้วยเหตุผลที่ปาร์คชานยอลไม่เข้าใจ คือที่บ้านผมที่คยองกี แม่ผมไม่ค่อยห่วงนะว่าลูกชายจะไปทำตัวจัญไรที่ไหน ขออย่างเดียวอย่าไปทำผู้หญิงท้อง พอได้รับความเป็นห่วงแบบนี้ ผมไปต่อไม่ถูก
“ห่วง ก็คือความสนใจ ถ้าพี่ไม่เป็นห่วงเรา เราจะไปทำอะไรที่ไหนก็ได้ ช่างเรา แต่เพราะพี่เป็นห่วง พี่ถึงพูด ชานยอลอาจคิดว่าตัวเองเป็นสิงโตเจ้าป่า จะทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องแคร์ แต่พี่บอกไว้เลยนะว่าในสายตาของคนที่โตกว่า เราคือ...”
“เห็บหมาครับ”
ผมต่อให้เสียงอ่อย เพื่อเป็นการยืนยันว่า ผมมีส่วนร่วมกับเหตุผลของพี่เขาทุกประการ แต่เหมือนพี่เขาจะนิ่งไปตอนที่ผมต่อให้ว่าผมเป็นเห็บหมา คือคำว่าเห็บหมาเนี่ย มันเป็นคำระดับสามัญของผมเลยนะ ไม่ได้ดูยิ่งใหญ่อะไร แต่พี่เขาชะงักไป
“พี่ไม่ได้ความว่าอย่างนั้น พี่แค่จะเปรียบว่าเราคือลูกสิงโต เอาเถอะชานยอล การอยู่ร่วมกันมันต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากัน เอาเป็นว่าพี่บอกเหตุผลของพี่แล้ว เราเองก็ไม่อยากรบกวนพี่ แต่พี่บอกไว้เลยว่าถ้าเป็นเรื่องของเรา พี่ไม่ถือว่าเป็นการรบกวนหรอกนะ ถ้ามันเป็นความสบายใจของเราทั้งคู่ คราวหน้าคราวหลัง บอกพี่นะครับ”
“ครับ”
แม่งพี่คริสร่ายมายาวยิ่งกว่าแม่น้ำแยงซีเกียง คือผมจับใจความได้แค่ เป็นห่วง ที่เหลืออะไรทั้งหลายแหล่คือ เอ่อออ จับใจความไม่ค่อยได้ แต่ก็รับปากไปด้วยเสียงอ่อนๆ
“วันนี้เราคงเหนื่อย ไปอาบน้ำอาบท่าเถอะ แล้วก็นอนพักผ่อนซะ”
“ครับ”
โอ้โห ชีวิตของปาร์คชานยอลผู้ยิ่งใหญ่แห่งคณะศิลปกรรม เอกประติมากรรม มหาวิทยาลัยฮวาซองจบลงด้วยการเป็นเห็บหมาตัวหนึ่งที่มีเพียงคำว่าครับ ครับ ครับ อย่างเดียว
นี่คงเป็นโมเมนต์ที่ผมเรียบร้อยที่สุดในชีวิตแล้วล่ะมั้ง
ผมเดินตัวลีบไปหยิบข้าวของของตัวเองแล้วสะแด้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปอาบน้ำอาบท่า พี่คริสดูเหมือนจะเลิกมาคุแล้วพอได้ยิงรัวใส่ผม บรรยากาศที่เหมือนหมอกลงก็ดูสดใสขึ้นมาทันตา
“ชานยอล ทานอะไรมาหรือยัง” พี่คริสตะโกนถามผมจากข้างนอก ในขณะที่ผมกำลังอยู่ในห้องน้ำ เพลิดเพลินกับการล้างหน้า
“ยังครับพี่”
“โอเค”
เอ่อ คือพี่จะไม่ถามผมสักคำว่าอยากกินอะไรหน่อยเหรอครับ ? แต่คนที่เพิ่งพ้นวิกฤตเห็บหมาหน้าโง่ไปได้แหม่บๆไม่มีสิทธิร้องขอใดๆอยู่แล้ว ผมเลยไม่ได้ตอบอะไรพี่คริสอีก นอกจากนั้น อ่างอาบน้ำห้องพี่คริสกว้าง น้ำแรงเป็นบ้า แถมยังร้อนพอดิบพอดี
ปาร์คชานยอลเลยแช่น้ำจนเปรมอุรา ลืมวันลืมคืนกันไปเลยยังไง!
“ชานยอล ชานยอล เราโอเคไหม”
ผมมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่พี่คริสเคาะประตูห้องน้ำเรียกผมด้วยน้ำเสียงร้อนรน ผมตะโกนตอบกลับไปด้วยเสียงห้าวๆ แปร่งๆ คือผมแช่น้ำเพลินจนไอน้ำมันเกาะเต็มหน้าไปหมด แล้วคนที่นอนหลับน้ำลายเหนียวเสียงงัวเงียเป็นยังไง กรณีของผมก็เป็นแบบนั้นแหละ
“ผมโอเคพี่”
“แน่ใจนะ”
“ครับพี่ เห็บหมาอย่างผมไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่านี้แล้วพี่” คือยิงมุก แต่พี่คริสกลับไม่ตอบอะไรมาอีก ผมก็เลยรีบลุกจากอ่างอาบน้ำ หยิบผ้าเช็ดตัวมาพันหลวมๆ รีบเปิดประตูห้องน้ำแล้วโผล่หน้าไปก่อนเพราะผมกลัวว่าพี่คริสจะมาคุอีก
ผมลืมไปว่า ผมยังไม่ได้ใส่เสื้อ!

G U A N G Z H O U   M O D I F Y
C H A N Y E O L

พอผมเปิดประตูห้องน้ำออกไป กลิ่นที่ปะทะเข้ามาในจมูกคือกลิ่นหอมๆของอาหาร!
ผมไม่รู้ว่ามันคือกลิ่นของอะไร แต่เป็นกลิ่นที่หอมมากๆ และไม่ใช่กลิ่นของรามยอนสำเร็จรูปเพื่อนคู่ใจของผมในรอบหลายปี
“พี่คริสทำกับข้าวเหรอครับ” ผมซ่าส์ไม่ออก ได้แต่หันหน้าไปถามพี่คริสที่ยืนกอดอกพิงเคาท์เตอร์บาร์ในครัวอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนกำลังใช้ความคิดด้วยเสียงอ่อยๆ คือผมก็ไม่รู้ว่าพี่คริสคิดอะไรอยู่ อาจจะโกรธที่ผมอาบน้ำนาน ปล่อยให้พี่แกหุงหาอาหารให้ผมทานแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่ยอมออกมาช่วย
เป็นงั้นป่าววะ?
“อ๋อ อะ อะ อืม” กว่าพี่คริสจะเปล่งเสียงออกจากลำคอได้ก็ยากเหลือเกิน ผมเลยพยายามทำตัวเหมือนตอนที่อยู่บ้านที่คยองกี เวลาที่แม่ผมงอน นั่นคือ ชมเรื่องอาหารที่แม่ทำเยอะๆ แล้วแม่ก็จะอารมณ์ดีเอง
แม่ผมเป็นผู้ใหญ่ พี่คริสเป็นผู้ใหญ่
ก็น่าจะใช้วิธีเดียวกันได้นั่นแหละ ฟุ้ยยยยยย!
ผมเดินไปข้างๆพี่คริส เท้าแขนกับเคาท์เตอร์บาร์ แล้วชะโงกหน้าไปมองกับข้าวที่พี่คริสทำแล้วก็ต้องร้องโอ้โหออกมา มิน่าล่ะกลิ่นอาหารหอมๆที่ผมไม่คุ้นเคยก็เพราะมันเป็นอาหารฝรั่งนี่เอง
“โอ้โห พี่ทำก๋วยเตี๋ยว ไม่ใช่สิ พาสต้า หรือ นี่มันคือสปาร์เก็ตตี้กันแน่วะพี่”
“เขาเรียกสปาร์เก็ตตี้คาโบนารา”
“โอ้โห้ สปาร์เก็ตตี้คาโบ.... เอ่อ ช่างแม่ง โหหหห พี่ทำเป็นด้วยเหรอ” ผมพยายามประดิษฐ์รอยยิ้มและน้ำเสียงให้ดูน่าตื่นเต้น แต่พี่คริสดูจะไม่มีสติเท่าไหร่
“อะ อะ อ๋อ อืม.... ใช่ พี่ทำเอง ไม่ยากหรอก”
ผมสิ่งยิ้มที่เรียกว่าเป็นมิตรที่สุดไปให้พี่คริส คือจะบอกว่าปาร์คชานยอลเวอร์ชั่นที่อาบน้ำสะอาดตัวหอมแล้วเป็นเวอร์ชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด เหมือนพี่คริสจะสตั๊นไปห้าวินาที
ความมั่นใจของผมหดลงเหลือสองเซนต์
นี่รอยยิ้มกู โอเคป่าววะเนี่ย ไม่ใช่ไปส่งยิ้มเหี้ยๆอะไรให้พี่คริสโกรธอีกหรอกนะ ผมเลยลองส่งยิ้มไปใหม่ และนั่นยิ่งทำให้พี่คริสสตั๊นมากกว่าเดิม
“เอ่อ กินข้าวเถอะ”
“ผมยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย เดี๋ยวผมไปใส่ก่อนนะพี่”
“อึก อืม”
พี่คริสไม่สบายหรือเปล่าวะ ผมรีบผละจากเคาท์เตอร์บาร์เพราะกลัวว่าพี่คริสคงจะรอกินข้าวนานแล้วและถ้าผมไม่รีบไปแต่งตัว พี่คริสคงจะโมโหหิวแน่
ด้วยอารามรีบร้อน ผมลืมมองไปว่าผ้าขนหนูของผมมันไปเกี่ยวกับที่จับลิ้นชักสำหรับใส่ช้อนที่บิวล์อินอยู่ใต้เคาท์เตอร์บาร์ พอผมผละตัวออก ผ้าขนหนูที่พันรอบตัวผมก็
ก็
ก็
ลงไปนอนคว้างอยู่กลางพื้นครัว โดยมีผม นายปาร์คชานยอล ยืนแก้ผ้าโชว์อาวุธลับอย่างอล่างฉ่างและสง่างาม
“เหวออออออออออออ”
“ชะ ชานยอล”
ผมมองหน้าพี่คริส พี่คริสมองหน้าผม สิ่งที่ผมควรจะทำคืออะไรวะ!!!!!!!!!!!!!!! คือจะบอกว่า ตัวผมเนี่ยไม่ได้มีอะไรให้อวด กล้ามก็ไม่มี ไอ้นั่นก็ไม่ได้ใหญ่โต คือเมื่อวันก่อนผมเลือดกำเดาใส่พี่คริสไปแล้วรอบหนึ่งเพราะหุ่นของพี่เขามันเด็ดจริง แต่แบบ พอต้องมายืนโล่งโจ้งให้ตัวท๊อปพิจารณาเรือนร่างตัวเองนี่ ชีวิตเลยดีขึ้นมากระทันหันเลย แล้วสายตาของพี่คริสใช่ว่าจะไม่อันตรายเสียทีไหน
พี่เขาต้องมองผมอย่างเหยียดหยามแน่ๆ
ไอ้ชายชาลล์ลูกพ่อ! ไป มึงไปแพ้!
“พี่คริสหลับตาไปก่อนนะพี่ อย่ามองงงงงงงง!!!” ปากบอกให้พี่เขาหลับตา แต่ผมเอามือปิดตาตัวเอง คืออะไรวะ???????
“ชานยอล”

i128lala
Admin

Posts : 44
Join date : 2014-03-08

View user profile http://i128lala.thai-forum.net

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

Post by i128lala on Sat Mar 08, 2014 4:33 pm

“มะ มะ ไม่เป็นไรคะ ครับ พี่ ผมจัดการได้ ผมโอเค!”
“เลิกเอามือปิดตาได้แล้ว”
ผมรู้สึกถึงสัมผัสร้อนๆที่ปัดผ่านเอวผมไป ไม่รู้ว่าพี่คริสก้มลงไปเก็บผ้าเช็ดตัวให้ผมตอนไหน แต่รู้ว่าตอนนี้ผ้าเช็ดตัวนุ่มๆนั่นๆก็มาพันอยู่ที่เอวของผมแล้ว แถมพี่คริสยังขมวดปมข้างหน้าผมให้เรียบร้อยเสียด้วย ผมรู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆของพี่คริสที่ระอยู่ตรงหน้าอก พี่แกคงย่อตัวลงมาผูกผ้าเช็ดตัวให้ผมสินะ
“ขอบคุณมากนะพี่ อะ เอ่อ เดี๋ยวผมไปใส่เสื้อก่อนนะ พี่จะได้ไม่ต้องตกใจอีก”
แล้วผมก็ผละจากพี่คริส วิ่งกลับเข้าไปในห้องน้ำที่ๆเสื้อผ้าของผมแขวนอยู่ที่ราวข้างประตู พอประตูห้องน้ำปิดลง หน้าผมก็เห่อร้อนอย่างไม่มีสาเหตุ
นี่ผมอาย ผมเขิน หรืออะไรวะ?????????

G U A N G Z H O U M O D I F Y
K R I S

ผมชอบสีขาว
ขาวเหมือนชานยอลนั่นแหละ คือสีขาวแบบที่ผมชอบ
พอชานยอลเข้าห้องน้ำไปแล้ว ผมก็ได้ยืนนิ่งอยู่ที่เคาท์เตอร์ อยากจะบอกว่าชานยอลน่ารักมาก น่ารักจนผมเกือบห้ามใจไม่อยู่กวาดชามสปาร์เก็ตตี้ลงไปจากเคาท์เตอร์แล้วจับชานยอลกดลงไปแทน ผมได้ยิ้มอยู่กับตัวเองและเดธแอดเดอร์ที่เหมือนมันจะขู่คำรามขึ้นมาบ้างนิดหน่อย
อะไรนะครับ? ว่าไงนะ
อยากจะผงาด?
ใจเย็นๆก่อนลูกรัก
เดี๋ยวคืนนี้พ่อจะลองแหย่น้องเขาดูอีกสักทีแล้วกัน
“กินอิ่มแล้ว เราไปพักผ่อนในห้องเลยนะ ไม่ต้องล้างจานหรอก” ผมร้องบอกชานยอลที่เก็บจานของผมและเขาไปวางไว้ในอ่างซิงค์ ดูเหมือนชานยอลจะมีความเรียบร้อยผิดปกติตั้งแต่ออกจากห้องน้ำมา
“เอ่ออ ผมนอนโซฟาเอาก็ได้พี่ พี่จะได้นอนสบายๆ” นี่ก็ขัดใจผมให้ได้ตลอดสินะ
“............”
“โอเคครับพี่ ผมไปนอนบนเตียงก็ได้ครับ”
ความเงียบคือวิธีการเฉพาะตัวของผมที่เวลาที่ผมต้องการอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ ผลก็จะเป็นทำนองนี้แหละ พอเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของชานยอลแล้วผมก็อดที่จะกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้ ชานยอลยืนเก้ๆกังๆอยู่กลางห้อง ส่วนผมก็ลุกจากเคาเตอร์บาร์ไปล้างจาน
“แล้วผมจะเริ่มวาดรูปพี่ได้เมื่อไหร่เหรอครับ”
“น่าจะพรุ่งนี้ละนะ พี่จะรีบกลับห้องหน่อยแล้วกัน เราเองก็ด้วยนะ”
“ครับพี่” ชานยอลรับคำผมก่อนที่จะเดินตัวลีบเข้าไปในห้องนอน ผมรีบล้างจานอย่างว่องไวก่อนจะเข้าไปอาบน้ำอาบท่าให้ตัวหอมๆ
พร้อมเต๊าะเด็ก!
ผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำสักพัก พอเดินเข้าไปในห้องนอน ผมก็พบว่าชานยอลนอนหลับ อ้าปากหวอแล้ว ผมคิดว่าเขาคงเหนื่อยมาทั้งวัน แย่หน่อยที่ชานยอลนอนตัวลีบแทบจะติดขอบเตียง พลิกอีกนิดเดียวก็ตกเตียงได้ง่ายๆแล้ว
ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียง มันยวบลงไปนิดหน่อย แต่ผมไม่อยากให้ชานยอลตื่น เจ้าเด็กนั่นคงกลัวว่าผมคงนอนไม่สบายล่ะมั้ง เลยทิ้งที่ว่างให้ผมเยอะขนาดนั้น ผมมองแผ่นหลังเพรียวของชานยอลที่ไหวน้อยๆตามแรงหายใจแล้วก็
หมับ
ผมรวบตัวชานยอลมากอดเอาไว้แน่น แผ่นหลังของชานยอลนาบไปกับลำตัวของผม ร่างโปร่งสะดุ้งนิดหน่อยตอนที่ผมดึงเขาเข้ามาในอ้อมแขน ผมเห็นชานยอลนอนนิ่ง ทว่าเมื่อผมยิ่งกดกอดชานยอลเอาไว้มากขึ้น เสียงทุ้มของชานยอลเจือแววแหบพร่าเอ่ยขึ้นตัดความมืดเสียก่อน
“พี่คริส...”
“กอดหน่อยนะ”
“ห้ะ”
“กอดหมอนข้าง” ผมตีขลุมทำเนียนด้วยการทำเสียงงัวเงียเหมือนคนไม่มีสติ ไอ้มุกเบสิคแบบนี้มันทำให้คนตายใจมานักต่อนักแล้ว แล้วคิดว่าชานยอลจะรอดหรือ?
“หมอนข้างหอมจัง” ผมก้มลงสูดความหอมจากซอกคอขาว คือผมตั้งใจลงกดริมฝีปากของผมลงไปเลยด้วยซ้ำ นอกจากนั้นขาของผมก็ยังพาดและก่ายไปตามร่างของของชานยอลอย่างย่ามใจสุดๆ ผมพูดเลยว่า ชานยอลเวลาหลับช่างดูไร้เดียงสาเหลือเกิน ดวงตาที่พริ้มหลับ จมูกเรียวคม แก้มเนียนใส และริมฝีปากสีกุหลาบที่เผยอออก ยั่วยวนให้ผมหลงใหล เจ้าเด็กคนนี้!
“อ๋อออออ เอ้า ละเมอหรอกเหรอวะเนี่ย โธ่” ชานยอลก็แค่พึมพัมในขณะที่ตายังไม่ขึ้นมามองหน้าผม แถมก็ไม่ได้สะกิดใจหรือคิดจะเอามือของผมออก หรือขยับโพสิชั่นให้เปลี่ยนไปเลยด้วยซ้ำ
ผมลูบไล้สัมผัสใบหน้าเนียนทั่วบริเวณ ใช้นิ้วมือเรียวยาวแตะเบาๆลงบนริมฝีปากสวยที่เวลาตื่นกลับมีแต่คำพูดเกรียนๆออกมา
ชานยอลคงไม่รู้เลยว่า เดธแอดเดอร์ของผมกำลังขู่คำรามอยู่ที่ปั้นท้ายของเขา และสุดท้าย ก็เป็นผมเองแค่ใช้เวลาในคืนนั้นในห้องน้ำ !
รอก่อนนะ เดธแอดเดอร์!

G U A N G Z H O U M O D I F Y
K R I S

“เป็นไงล่ะมึง มีอะไรถึงโทรมากูได้ในเวลาทำงานครัชชชช”
สารภาพตามตรง คืนนั้นถ้าไม่ได้ยินเสียงปลายสายจากลู่หานบอกว่าชานยอลอยู่ที่ให้ ที่ทำให้ความหงุดหงิดงุ่นง่านของผมสงบลงบ้าง ผมคงอารมณ์เสียจนต้องบุกไปลากตัวชานยอลจากบ้านจงอินแน่ ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็แล้วที่ทำให้ชานยอลไม่ยอมรับสายโทรศัพท์ของผม ผมจะไม่ฟังมันจากลู่หาน แต่จะรอให้ชานยอลมาอธิบายให้ผมฟังด้วยตัวของเขาเอง
แล้วไอ้เรื่องที่ร่างขาวๆ น่าจับกดนั่นอีกที่รบกวนอยู่ในหัวของผมตลอดเวลา ผมไม่รู้ว่าชานยอลคิดว่ายังไง แต่ผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะยัดเยียดตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตชานยอลให้จงได้! ตอนนี้ ชานยอลมีแต่ความเคารพให้ผม จากประสบการณ์ตรง ความเคารพเป็นต้นเหตุของความเหินห่าง
และมันเป็นสิ่งที่ผมยอมไม่ได้!
“มึงทำอะไรอยู่”
“กูเหรอ คุยไลน์กับน้องพยอนอยู่ มึงก็รู้ว่ากูต้องคุยกับน้องเขาทุกวัน มึงถามทำไม”
“ขับรถมาหากูหน่อยที่ออฟฟิศ ลากไอ้จื่อเทามาด้วย!”
“ทำไมกูต้องไปหามึงวะ”
“เพราะมึงต้องมา แค่นี้แหละ”
ผมกดตัดสาย บอกให้ทำอะไรก็ทำสิวะ แค่ชานยอลขัดใจผมคนเดียว ผมก็อารมณ์เสียแล้ว ก็อย่างที่บอก ผมไม่ชอบคนขัดใจ และผมไม่แคร์หรอกนะว่าต้องใช้วิธีอะไรเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ผมต้องการ เพราะฉะนั้น ในเวลาที่ผมกำลังคิดไม่ตกว่าจะทำยังไง ผมต้องการเพื่อน
และเพื่อนต้องมา พูดแค่นี้คงจะเข้าใจนะ ลู่หาน
ลู่หานทิ้งให้ผมรอมันอยู่ไม่นาน คุณซองฮวางเลขาของผมก็โทรเข้ามาแจ้งว่า มีแขกต้องการพบผม แน่นอนว่าต้องเป็นลู่หานกับจื่อเทา พอผมอนุญาติให้สองคนนั้นเข้ามาได้ คุณซองฮวางก็วางสายและจัดการส่งเพื่อนรักแดนมังกรมาหาผมที่ห้องทำงาน พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ดังรัวราวกับมันสองคนเกลียดผมมาแต่ชาติปางไหน
ผมเดินไปเปิดประตู แต่ก่อนจะได้ทักทาย
“ไอ้หย่า อี้ฟานเก้อ!!!!!! นี่ถ้าไม่มีเหตุผลดีๆในการเรียกให้ผมทิ้งกองถ่ายมาแล้วขับรถมาหาเก้อนี่ ผมวูซูใส่แน่!!!!!!!!!!!!”
นั่นคือ ฮวางจื่อเทา ชายหนุ่มจอมโวยวายที่แม่งโวยวายได้ทุกอย่างตั้งแต่เรื่องช้างยันเรื่องมด จื่อเทาเป็นน้องเล็กที่สุดในกลุ่ม เคยชินกับการมีคนตามใจ แต่คนที่ตามใจจื่อเทาไม่ใช่ผม แล้วที่สำคัญนะ ใครใช้ให้มึงโดดงานมาหากู ไม่มีนะ แค่บอกว่าต้องมา ก็เท่านั้นเอง!
“เรียกพวกกูมามีอะไร นี่เริ่มสงสัยแล้วว่ากูเป็นรักยมหรือเป็นเพื่อนมึงกันแน่ เรียกปุ๊ปมาปั๊ปเนี่ย เออ แล้วกูก็เสือกบ้าจี้ตามไอ้จื่อเทาออกมาด้วย ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่เนี่ย กูมีเคลียร์นะเว้ย!”
มีคนสองคนต้องการจะเคลียร์กับผม ส่วนผมมีแค่คนเดียวที่อยากจะเคลียร์กับมวย
“กูมีเรื่องจะปรึกษา”
“เรื่องอะไรวะ?”
“เรื่องชานยอล”
“ใครน่ะ ทำไมผมไม่รู้เรื่องอ่ะ แล้วเกิดอะไรขึ้น ชานยอลเป็นอะไร คน สัตว์ สิ่งของ?” ไอ้จื่อเทาพอรู้ว่ามันไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชานยอลก็โวยวายตามประสาดักหน้าผม
“เดี๋ยวนายก็ได้รู้อย่างละเอียดเลยล่ะ”
รู้อย่างละเอียดนั่น ผมหมายความตามนั้นจริงๆ ผมเล่าให้จื่อฟังเกี่ยวกับชานยอลในทุกๆเรื่อง ว่าชานยอลเป็นเด็กแบบไหน เรียนอะไร เรื่องของผมกับเขาเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมเล่าอย่างละเอียดไปจนถึงความเหี้ยที่ผมหวังจะเต๊าะชานยอลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจื่อเทาก็รับฟังด้วยความสงบประกอบกับทำเสียง โอ้ อ้า ไฮ้ เคียก เคียกประกอบอยู่ตลอดเวลา พอผมเล่าจบ มันก็หลุดสำเนียงเจ๊กชิงเต่าออกมาแบบหยุดไม่อยู่
“ไอหยา ชากว่อ หวังปาต้านอ่า”
เอ่อออ ถ้าจะบอกว่าผมฟังมันพูดไม่ถูกก็กระดากปากไปหน่อย เพราะเรามาจากแผ่นดินเดียวกันแต่คนละมลฑล เป็นคำสบถที่แรงมากจนลู่หานที่ก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถืออยู่ถึงกับสะดุ้ง
คำนั่นแปลว่า อย่าโง่ไอ้ตะพาบน้ำเอ้ย!
“นี่ตั้งแต่รู้จักกันมาผมไม่เคยเห็นเก้อคิดจะทำอะไรแบบนี้เลยนะเนี่ย! แค่เก้อกระดิกนิ้วใครต่อใครก็วิ่งเข้าหากันพรึบพรับแล้ว”
“ก็เพราะว่าคนพวกนั้นไม่ใช่คนที่ฉันต้องการไง ฮวางจื่อเทา”
เข้าใจไหม อะไรที่ได้มาง่าย ก็ไปง่าย มันไม่ท้าทาย แต่ชานยอลตอนแรกผมยอมรับว่าผมชอบเขาที่หน้าตา แต่พอได้มาอยู่ด้วยกัน ถึงแค่ไม่กี่วันก็เถอะ ผมว่าชานยอลน่ารักเป็นบ้าเวลาที่ไม่เกรียน พอเวลาที่เกรียนผมก็มีความรู้สึกอยากจะตบเกรียนชานยอล
ตบด้วยปากกระชากด้วยลิ้น!
“แล้วเก้อจะทำยังไงอ่ะ น้องเค้าเคารพเก้อแบบคนจีนสมัยก่อนเคารพเหมาเจ๋อตุงอ่ะ”
“นั่นเป็นหน้าที่ของพวกนาย! ไอ้ลู่หาน มึงวางมือถือก่อน กูซีเรียส” ผมปรายตามองไปที่ไอ้ลู่หานที่เอาแต่เล่นไลน์กับเด็กพยอนของมัน นี่ผมพูดตรงๆเลยว่า ไอ้ลู่หานมันเป็นคนที่มีความอดทนสูง ไอ้ 90%ของข้อความในไลน์ ผมมั่นใจเลยว่ามันเป็นคำด่า! แต่เพื่อนผมเป็นกวางแข็งแรง กวางทนได้ สติ๊กเกอร์ในไลน์เลยมีเป็นคลังอย่างไรล่ะ
“มึงคุยกับจื่อเทาไปก่อนได้มั้ย น้องพยอนเพิ่งคุยดีๆกับกู กูไม่อยากเสียอรรถรส นานๆโอกาสมาที!” ไอ้ลู่มันตะโกนตอบมา เอาเถอะ เห็นแกที่มึงมาหากูในวันนี้ กูปรึกษาจื่อเทาไปก่อนก็ได้ว้อย
“แล้วนายว่าไง ฮวางจื่อเทา”
“เรียกเสียเต็มยศ! ผมว่านะ จากที่ผมดูๆแล้ว ผมว่าเก้อน่าจะลองเลียนแบบพระเอกในซีรีย์ดูนะ แบบที่เน้นเรื่อง ตบจูบ เอะอะ ปล้ำ เอะอะข่มเหงน้ำใจ อะไรแบบนั้น”
“ข่มเหงน้ำใจ มึงไปเอามาจากไหนไอ้เทา โครตโบราณเลย” เพื่อนหานเงยหน้าจากไลน์มาตะโกนด่าจื่อเทาแล้วก้มหน้ากลับลงไปจ้องโทรศัพท์ต่อ ในบรรดาพวกเราสามคน ลู่หานเป็นคนที่มีสกิลภาษาเกาหลีสูงที่สุด รองลงมาคือผม และคนสุดท้ายคือจื่อเทา นอกจากสกิลภาษาต่ำแล้ว จื่อเทายังเป็นคนที่มีอะไรต่ำๆอยู่ในสันดานอีกเยอะมาก
เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้เป็นนายแบบค่าตัวแพง มันคงรวมกลุ่มกับเพื่อนๆของชานยอลได้สบายๆ
“ก็ดูๆเอาจากซีรีย์นี่แหละ เฮ้ย เก้ออย่าขัดได้มั้ยเนี่ย! ผมกำลังช่วยอี้ฟานเก้ออยู่นะ”
ช่วยทำให้อะไรแย่ลงหรือเปล่า?
“ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกจื่อเทา ชานยอลยังเคารพฉันอยู่ ขืนจะเป็นเล่นบทตบจูบใส่น้องเขาคงได้เจอต่อย”
“เก้อก็ต่อยกลับสิ กลัวอะไร”
“นี่จื่อเทา ไอ้คริสมันจะเต๊าะชานยอล ไม่ได้ต่อยชานยอลนะ ฟังผิดหรือเปล่า” ลู่หานแย้ง ต้องขอบคุณมันที่ดรอปความซ่าส์ของฮวางจื่อเทานักเลงจากชิงเต่าให้เพลงลงบ้าง
“ก็ใส่ความเฟรนด์ลีย์เข้าไปสิเก้อ แบบ ตบจูบแล้วอ้างว่า พี่ทำอะไรลงไปเนี่ย พี่ไม่รู้ตัวเลย น้องชานยอลได้โปรดเข้าใจ ที่ทำไปไม่ใช่พี่”
“จื่อเทา อธิบายสิ”
“เก้อเคยได้ยินอะไรที่เรียกว่าไบโพลาร์ไหม?” ไอ้จื่อเทายิ้มกริ่มอย่างเป็นต่อ ผมว่ามันชอบที่ได้แสดงความฉลาดอันน้อยนิดออกมา “เก้อก็หาโอกาสที่มีแต่เก้อและชานยอลสองคน แล้วก็หื่นใส่เขาสิ พอชานยอลถาม เก้อก็บอกว่า เก้อไม่รู้ตัวเลย เก้อเป็นไบโพลาร์!”
นี่มันไปเอาความคิดเหี้ยมๆแบบนี้มาจากไหน
แต่คุณเชื่อไหม ผมว่ามันเป็นอะไรที่เข้าท่าเหมือนกันนี่หว่า
“ไอ้หาน มึงคิดว่าไงวะ”
“ห้ะ อะไรเหรอ ก็โอนะ กูเห็นควรด้วย” ไอ้เพื่อนหานครับ นี่มึงรู้ไหมว่าพวกเราคุยกันเรื่องอะไร ลู่หานเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอมือถือ ก่อนจะตอบผมส่งๆ
“ควรผมไม่ด้วยหรอกนะ” ไอ้จื่อเทาที่หูไม่ดีแล้วฟังเกาหลีไม่ค่อยรู้เรื่องก็ตะโกนขึ้นมากลางวง พร้อมทั้งโวยวายเป็นการใหญ่
“เฮ้ยยยย นี่บอกว่าตอบตกลง เห็นควรด้วยคือเห็นสมควรด้วยไง!” ไอ้หานตะโกนเสียงดัง “ว่าแต่พวกมึงพูดเรื่องอะไรวะ”
อ้าว ไอ้เชี่ยนี่!
“กูไม่รีรันแล้ว มึงฟังหนิ”
ในเมื่อไอ้หานเพื่อนรักไม่ยอมฟังแผนของจื่อเทาและผม แถมยังตอบมาอีกว่าก็โอนะ เพราะงั้น ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น กูเน้นหลัก
รับ ผิด ชอบ ร่วม กัน แน่ ไอ้ หาน!!!!!!!!!
อยากจะบอกให้รู้ว่า อู๋อี้ฟาน หรือคริส อู๋คนนี้เคยท๊อปคลาสการแสดงมาแล้ว
ก็ลองดูแล้วกันว่าชานยอลจะพ้นเงื้อมมือผมพ้นไหม!!!!!!!!!!!!!

i128lala
Admin

Posts : 44
Join date : 2014-03-08

View user profile http://i128lala.thai-forum.net

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

Post by apigaye on Thu Mar 20, 2014 10:44 am

-.,-

apigaye

Posts : 2
Join date : 2014-03-20

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

Post by Jeems on Thu Mar 20, 2014 8:38 pm

จงแด เยี่ยม เจ็ดยับ 55555555555
ใช่ ชานยอลหน้าหวานขนาดนั้น สาวๆหรือวีนัสที่ไหนจะจีบล่ะลูกฉาว
คือ พี่คริสเป็นห่วงหนูนะชานยอล
เอาแล้วเจ้าคนจีนสามคนรวมหัวกัน เอาแล้ว
ชานยอลบอกได้คำเดียว เดี๊ยวโดนแน่ 5555

Jeems

Posts : 5
Join date : 2014-03-20

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

Post by DearHPfan on Sat Mar 22, 2014 7:10 am

55555555 ฮาพี่มหากะจงอิน ชอบจงอินมากกกก ล้ำตลอด 55555 ส่วนมหานี่ก็แสบ 55555 แก๊งชยอลแต่ละคน ส่วนคุณพี่คริสนี่ก็นะ ไปเอาแผนจากเทามาใช้มันจะได้ผลเร๊อออ 5555 นี่เทาไม่น่าไว้ใจ อีแก๊งโมเดลของพี่คริสนีาก็ฮา 55555 ชอบบ><

DearHPfan

Posts : 3
Join date : 2014-03-21

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

Post by dyo1993 on Mon May 05, 2014 11:05 pm

มหากับจงอินโหดสรรรรรรถ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ ชอบอ่ะ
ตอนไปบาร์เป็นอะไรที่ฮามาก ไม่ได้ฮาใคร ฮาอิพี่บังเนี่ยแหละ๕๕๕๕
โอยยยยยย จะบ้าหราาาา โอยยยย มือถือแต่ละคน เราขอซูฮก!!๕๕๕๕๕๕๕
จะบ้า โอยชอบมุกมหามาก แจกเลขเจ็ด เจ็ดยับ กรี๊ดดดดดดด๕๕๕๕๕๕๕๕๕
ตายยยยยย น้องชานยอล ทำแบบนี้เสี่ยงมากค่ะลูกกกกก *เอามือทาบอก*
คือเปลือยอ่ะ ถึงแค่ท่อนบนก็เหอะ แต่อพค.ก็เสียงสั่นแล้ว แง้งงงง หื่นโคตรรรรร
ไม่ได้นะ อิพี่คริส ใจเย็นนะ ระงับเดธแอดเดอร์เอาไว้ อย่าทำไรน้องนะเฟว้ยยยย๕๕๕๕๕
โอยยยยยยย อพค. บุคคลที่เนียนที่สุดในสามโลก!!!! ละชานยอลก็เชื่อ โอ่ยยยย๕๕๕๕๕
คือคำแนะนำของจื่อโคตรเกรียนมาก นี่อพค.จะไม่เอาไปใช้จริงๆใช่หม้ายยยยยยยย


dyo1993

Posts : 9
Join date : 2014-05-05

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

Post by likeaskyscraper on Mon May 12, 2014 1:01 am

ฮาประโยคมหาที่ทักชานยอลมาก ห้องกลายเป็นสลัมไปยัง คือบับบบชานยอลนี่ซกมกขนาดนั้นนน xD
จงอินกับจงแดนี่สายโหดมากกกกกก ยิ่งมีพี่บังเข้ามานี่โหดเข้าไปใหญ่โหดไม่พอแถมฮา โอ้ยยยอยากจิแหกปากขรรม
ชานยอลนี่นะคนกากจริงๆ ทำไงให้ผ้าขนหนูไปติดได้ ฮาาาาาอะ แล้วจะเอามือปิดตาตัวเองทำไมม 55555
ดูแผนของเทาเสะ แต่ล่ะแผน แต่อิพี่คริสก็เอากับเขาด้วยนะ ฮาจริงๆ
ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับชานยอลและว่าจะเล่นกับพี่คริสไหมมมม แต่ชานยอลมองพี่คริสเป็นไอดอล พี่คริสทำอะไรชานยอลก็ว่าคนดี
เดี๋ยวรู้เลยนะชานยอลนะ 555555555555

likeaskyscraper

Posts : 5
Join date : 2014-05-11

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

Post by iyo on Mon Dec 29, 2014 10:03 pm

ความคิดจื่อเทาเด็ดมากฮ่ะ 5555555555555

iyo

Posts : 12
Join date : 2014-12-29

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : SIDE STORY 03

Post by Sponsored content


Sponsored content


Back to top Go down

View previous topic View next topic Back to top

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
You cannot reply to topics in this forum