GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

View previous topic View next topic Go down

GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by i128lala on Tue Jul 29, 2014 11:21 pm

0 3
M A I N S T O R Y
G U A N G Z H O U   M O D I F Y

“อุ๊ย ผ้าเช็ดตัวหลุด”
หายนะของชานยอลมาพร้อมกับเสียงอุทานของคริส ไม่รู้ล่ะ ชานยอลไม่ได้หันไปมองว่าผ้ามันจะหลุดจริงหรือคริสแค่แกล้งร้องอุทานให้มันดูน่ารักๆสดใสๆเหมาะกับวันหยุดสุดสัปดาห์อะไรทำนองนี้หรือเปล่า แต่ไม่ว่าความตั้งใจของคริสจะอยู่ในระดับใด ชานยอลพูดเลยว่าเขาไม่พร้อมจะยิ้มแล้วเปิดประตูบ้านต้อนรับทีมเยือนให้ยิงประตูเข้าไป 7 – 0 เหมือนสกิลการเล่นบอลบางประเทศอะไรแบบนี้แน่ๆ ถึงงานของวันนี้จะเสร็จแล้วก็เถอะ
“อุ๊ย อุ๊ย ผ้าเช็ดตัวหลุด”
ระ ระรู้แล้วครับ ไม่ต้องย้ำครับ แค่อุ๊ยเดียวผมก็แทบตายแล้วครับ แต่ไม่อยากหันไปครับ ทำยังไงดีครับ คือตอนนี้จะโทรศัพท์หาหน่วยกู้ภัยแล้วบอกว่ามีชายไม่ทราบชื่อกำลังจุ๊บุจิบิ๊อยู่ก็คงไม่มีใครมาให้เสียเวลาหรอก คงต้องหาทางออกสุดท้ายเอาเอง ตอนนี้ชานยอลกำลังหันหน้าเข้าครัว ในครัวมีอะไรให้ชานยอลป้องกันตัวจากชายผู้นี้ได้บ้างล่ะเนี่ย ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วเคาน์เตอร์ แล้วก็ ชริ้ง ....................
มีด!
เรื่องมากนักก็แทงแม่ง เป็นนักศึกษาดีๆไม่ได้ก็เป็นคนคุกไปเลยแล้วกัน!
คิดได้แบบนั้น ขายาวๆก็รีบวิ่งเร็วๆไปที่ชั้นวางในครัว เจอมีดปอกผลไม้วางอยู่อันหนึ่งก็หยิบมาถือไว้ มองเจ้าของมีคมนั้นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย ร่างโปร่งถอนหายใจ ก่อนจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับไอดอลไบโพลาร์ของตัวเองด้วยความห้าวหาญ
คริสยืนยิ้มแต้ เท้าแขนข้างหนึ่งกับเก้าอี้เสียด้วย ท่าทางเรื่อยๆเฉื่อยๆนั่นทำเอาวิญญาณพี่ว้ากของชานยอลลงประทับแบบไม่กลัวตายเลยสิน่า หมั่นไส้ชะมัด ฮึ้ยยยยย
“พี่คริส!!!!!!!!!!!!!!!!”
“จ๋า”
ทำไมต้องตอบรับด้วยสีหน้าระรื่นและน้ำเสียงร่าเริงเหมือนชานยอลไม่ได้ว้ากใส่ และพูดกับคริสด้วยประโยคทำนอง เราไปกินซูชิกันมั้ยฮะ ชานชานอยากกินปลาแซลมอล อะไรทำนองนี้เลยล่ะ
“เรามีอะไรกับพี่เหรอ”
“พี่หยิบผ้าเช็ดตัวที่กองอยู่ขึ้นมาพันตัวเดี๋ยวนี้นะครับ ไม่งั้นผมแทงจริงๆด้วย!!!!!!!!!”
ประกาศจุดยืนด้วยความแข็งกร้าว!!!!!!!!! ดูเหมือนมีดปอกผลไม้ในมือของชานยอลจะมีค่าไม่ต่างอะไรกับหลอดพลาสติกดูดน้ำสำหรับคริสเลย ร่างสูงไม่สนใจกับคมมีดที่วาววับอยู่ในมือของเขาเลยสักนิด
“เราแทงพี่ ระวังเจอพี่แทงเรานะ”
มันเป็นคำขู่ที่ค่อนข้างน่ากลัวเลยทีเดียว คุณลองคิดดูสิ! การแทงของชานยอลคือการที่ร่างโปร่งจ้วงมีดคมๆแทงลงไปบนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายให้เลือดตกยางออก ในขณะที่การแทงของคริส... คงเป็นการแทงด้วยของนุ่มหยุ่นบางอย่างที่ไม่หวั่นแม้วันหยุดสบายๆหรือวันมามาก พร้อมอล่างฉ่างได้ทุกเมื่อนั่นแหละ
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชานยอลต้องรอด!!!!!!!!!! หรือถ้าจะไม่รอดจริงๆ
ว๊าบบบบบบ
“มึงลองคิดดูนะ พี่คริส ทั้งรวยทั้งหล่อ มึงลองคิดดูว่ามึงทำอะไรกับข้อได้เปรียบที่มึงมีตรงนี้ได้บ้าง? ถ้ามึงคิดออกนะ กูว่ามึงสบาย ชานยอล มึงจะเป็นชานยอลคนโง่ที่พี่คริสรักพี่คริสหลงแต่เพียงผู้เดียว!”
จู่ๆหน้าระรื่นโอโฮรัทของโอเซฮุนก็ลอยเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ถ้าชานยอลไม่รอดจริงๆสมองโง่ๆของเขาจะทำอะไรได้บ้าง อ้าง อ้าง (เอคโค่มา งานนี้อยู่ในห้วงคำนึง) ไม่ได้สิ เราต้องไม่คล้อยตามกับถ้อยคำชวนเชื่อของเซฮุนสิ เราต้องเข้มแข็งและยืนหยัดในสิ่งที่เราต้องปกป้องมันเอาไว้ อย่าให้ใครได้เข้ามาลุกล้ำได้อีก  เฮ้ยยยยยยย ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงแบบนี้ มันใช่เวลาคิดเรื่องนี้ไหมเนี่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ที่สำคัญ ดูพี่คริสเองก็ไม่ได้เกรงกลัวของมีคมที่ถืออยู่ในมือเลยแม้แต่น้อยนี่สิ นี่มันอะไรกันน
ในเมื่อไม้แข็งใช้ไม่ได้ ลองไม้อ่อนเสียหน่อยแล้วกัน ไม่รู้ว่าไอ้พี่คริสเวอร์ชั่นนี้จะโอนอ่อนผ่อนตามให้กับลูกไม้โง่ๆจากเห็บหมาโง่ๆอย่างชานยอลหรือเปล่า แต่ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการไม่พยายามอะไรเลย เพราะงั้น...
ความจริงใจนี่แหละคือความงดงามของชีวิต!
“ผมไม่ได้อยากแทงพี่หรือให้พี่แทงพี่ผมหรอกนะ ผมแค่อยากกินข้าว และอยากให้พี่คริสคนเดิมได้กินข้าวด้วย เพราะตั้งแต่เช้าพี่เขายังไม่ได้กินอะไรเลยเพราะมัวแต่เป็นแบบให้ผม เพราะฉะนั้นผมเลยอยากให้พี่เขากลับมา พี่ช่วยหยิบผ้ากลับมาพันตัวได้มั้ยครับ”
หิวน่ะหิวจริง ท้องร้องโครกครากด้วย เมื่อยอีกต่างหาก ชานยอลไม่รู้ว่าการเป็นไบโพลาร์ของคริสจะทำให้สมองมันย้อนกลับไปแล้วลืมเลือนจนหมดสิ้นว่าตัวเองกำลังทำอะไรค้างอยู่หรือเปล่า หรือว่าจะดีลีทสติทิ้งไปเลยก็ไม่อาจทราบได้ แต่ในเมื่อเรากำลังจะไปหาอะไรกินกัน เราจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ท้องอิ่ม หลับนอนสบาย ไม่ต้องกลัวโดนตุ๋ย

ชานยอลไม่รู้หรอกว่ากำลังพูดอะไรออกมา
สารภาพตามตรงคริสไม่ใช่คนเหล็กที่แข็งแกร่งขนาดเห็นคนถือมีดคามือ ร้องตะโกนบอกคนทั้งโลกว่าจะแทงคริส แล้วไม่เกิดความหวาดกลัว แต่เพราะมั่นใจว่าชานยอลคงไม่แทงเขาจริงๆหรอกถึงได้มีความผยองขึ้นมาฉาบหน้าบ้าง เด็กที่ก้มหน้างุดๆจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของคอนโซลรถตอนคริสแกล้งเย้าคนนั้นน่ะหรือจะหาญกล้าแทงคริส
นี่ฟิกเกอร์ระดับท๊อปเชียวนะ เราจะทำใจแทงพี่ได้ลงเหรอครับ
แรงผลักดันอะไรบางอย่างทำให้คริสรวบรวมความกล้าท้าทายพญามัจจุราชไปเช่นนั้น ถ้าลองเป็นคนอื่นถือมีดในเวลาปกติสิ คริสอู๋จะเอาความกล้าแกร่งขนาดนั้นมาจากไหน ต่อให้เขาครองภาพลักษณ์สงบ นิ่ง เยือกเย็นแบบที่ใช้ข่มขู่คนรอบตัวก็เถอะ
แต่พอชานยอลตะโกนออกมาว่าเป็นห่วงเขา
มันก็อดจะ ......... วูปปี้ ไม่ได้ คนที่กำลังอล่างฉ่างปลื้มใจจนเกือบจะหนักไปทางขวยเขินเลยด้วยซ้ำ นี่น้องชานยอลกำลังเป็นห่วงตัวตนที่แท้จริงของคริสใช่ไหม ได้ ในเมื่อน้องเป็นห่วงคริส น้องอยากกินข้าวก่อน คริสจะยืดเวลาของตัวเองไปก่อนก็ได้
ตัดสินใจง่ายๆแบบนี้เลย คริสสงบอสรพิษร้ายด้วยมือเปล่าในห้องน้ำก็หลายครั้ง เพิ่มอีกสักครั้งจะเป็นไร ในเมื่อยังไงพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุด เรายังมีเวลาอีกเยอะ คริสตั้งใจไว้แล้วว่า พรุ่งนี้ ต่อให้น้องชานยอลจะหวานแค่ไหน
คริสก็จะไม่ยอมง่ายๆแล้ว!!!!!!!!!
พอตัดสินใจอะไรง่ายๆแบบนั้นได้ คริสก็หยิบผ้าขนหนูที่ตัวเองทำหลุดมาพันกลับเหมือนเดิม ในระหว่างที่หยิบผ้าขึ้นมาพันก็ต้องคิดด้วยว่าจะแสดงออกมาในรูปแบบไหนดีที่ทำให้น้องชานยอลเชื่อว่าเขาป่วยจริงๆ จู่ๆจะแบบ ฮะ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย หายแล้ว จู่ๆก็หายเป็นปลิดทิ้ง ก็เห็นจะไม่งาม มันต้องเท่ห์กว่านั้น แบบไหนดีหว่า เวลาก็น้อย แต่เอ๊ะ
เป็นคนป่วยก็ต้องป่วยสินะ
คริสเลยแสร้งหน้ามืด วิงเวียนขึ้นมากระทันหัน เพื่อชานยอลจะได้ไม่เกิดความสงสัยว่าตกลงเขาเป็นอะไรกันแน่ ระหว่างคนป่วยเป็นไบโพล่าร์กับหน้ากากทักสิโด้ที่ใช้เวลาแปลงร่างได้เร็วชั่วพริบตา ชายหนุ่มพันผ้าเช็ดตัวรอบเอวอย่างแน่นหนา แล้วทรุดลงกับพื้นพรมตรงหน้า ดีที่คริสวางท่าทรุดไว้ได้ดีมากพอ ไม่งั้นล่ะก็ ได้เอาหัวไปโขกโต๊ะแตก เลือดอาบ เป็นคนป่วยให้ชานยอลหอบหิ้วไปโรงพยาบาลทั้งผ้าขนหนูผืนเดียว แล้วก็เจอแจ๊คพอตแตกเรื่องเขาไม่ได้เป็นไบโพลาร์แน่ๆ
“พี่คริสสสสสสสสสส”
การแสดงของคริสส่งผลให้ชานยอลตะโกนเสียงดังแล้วโยนมีดทิ้งทันที ร่างโปร่งวิ่งเข้ามาช้อนตัวคริสเอาไว้ก่อนที่ตัวของคริสจะกระแทกลงกับพรมแบบเส้นยาแดงผ่าแปด แขนยาวๆโอบกอดตัวคริสเอาไว้แน่น
“พี่คริส พี่คริสอย่าเป็นอะไรนะพี่”
คริสขออยู่ในอ้อมแขนของชานยอลอย่างนี้ไปก่อนสักพัก ตัวของชานยอลหอมจนทำให้คริสเกือบอารมณ์ขึ้นอีกรอบแล้วด้วยซ้ำ
“ผมต้องทำยังไงดี ใช่ เรียกหมอ ต้องเรียกรถพยาบาล”
อารมณ์เสีย! คริสอยากจะสูดกลิ่นหอมของชานยอลไปนานๆ แต่ในเมื่อร่างโปร่งตรงหน้าร่ำร้องจะพาคริสไปหาหมอก็คงไม่ดีไม่งามเป็นแน่แท้ คนเป็นไบโพลาร์จึงจำต้องยกมือขึ้นมาห้าม ครางเบาๆเพื่อความสมจริงสมจัง
“แค่ยะ ยาก็พอ อยู่ข้างหัวเตียง .. ขวดสีส้ม”
คริสพูดยังไม่ทันจบประโยค ชานยอลก็รีบเชดหัวเขาวิ่งปรู๊ดไปหยิบยาที่หัวเตียงมาให้ ไม่อยากจะบอกว่าตอนที่น้องทิ้งเขาลงกับพื้นน่ะ จะไม่สนใจดูหน่อยหรือว่าตรงนี้ไม่มีพรม มันเป็นพื้นกระเบื้องแข็งๆ คริสไม่ทันระวังหรือได้ตั้งตัวอะไรทั้งนั้น เลยได้แต่ร้องโอดโอยแบบไม่มีเสียงอยู่ในใจ ชานยอลวิ่งปร๋อกลับมาพร้อมขวดยาแล้วก็ก็วิ่งไปหยิบน้ำมาให้คริสดื่มคู่กับยาอีก
ไอ้ที่หยิบมาก็รีบซะจนไม่ได้ดูเลยว่า ยาของคริสมันก็คือวิตามินซีดีๆนี่เอง!
“ค่อยๆดื่มนะครับ พี่คริสโอเคขึ้นไหม ต้องไปโรงพยาบาลหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มยังคงสีหน้าตื่นตระหนกเอาไว้
“พี่ .. ไม่ปะ เป็น อะไร แค่มึนๆ นี่เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
ออสการ์ปีหน้าส่งชื่ออู๋อี้ฟานเข้าชิงก็คงจะไม่ผิดหวังแต่ประการใด!
“ไม่มีอะไรหรอกพี่”
น้ำเสียงของชานยอลดูแจ่มใสขึ้นมาก หลังจากที่ตกอกตกใจไปตามระเบียบ ลองชานยอลไม่ตกใจสิ คริสคงจะประมาทเด็กคนนี้ไม่ได้อีกต่อไป ถึงแม้ชานยอลจะไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เลยก็ตามเถอะ
“พี่เผลอทำร้ายเราหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ พี่หิวหรือยัง ไปกินข้าวกับผมมั้ย?”
คริสพยักหน้าตอบตกลง ถ้ามองแบบเข้าข้างตัวเอง เด็กคนนี้คงไม่อยากให้เขาไม่สบายใจสินะ ถึงไม่ยอมพูดอะไร แล้วชวนเขาไปกินข้าวแทน ซึ่งหากคริสป่วยจริงๆ แชานยอลมีสิทธิ์ที่จะบอกกล่าว ติเตียนให้เขาต้องระวังตัวมากขึ้น แต่ชานยอลก็ไม่ทำ
“เราช่วยพยุงพี่หน่อยนะครับ”
ไม่วายทิ้งลายออดอ้อน คริสก็แค่อิ่มใจ ต่อให้ตอนนี้ความรู้สึกของคริสที่มีต่อชานยอลยังคลุมเครือ เพราะมองหน้าร่างโปร่งทีไร ความรู้สึก 18+ มันก็วิ่งแซงขึ้นมายืนหัวแถวถือธงโบกสะบัดทุกครั้งสิน่า
“ได้เลยครับพี่ ยินดีครับ”
ร่าเริงแบบนี้ สมควรจัดชุดใหญ่นะชานยอล คริสบอกเลยว่าตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยมีความรู้สึกอยากได้ใครมากขนาดนี้มาก่อน สำหรับคริส ชานยอลช่างน่ารัก น่าหยิก น่าจับมาฟัด ฟัด ฟัด XXX YYY XXX นับครั้งไม่ถ้วน และทำเรื่องไม่ดีอีกห้าร้อยแปดประการด้วยชะมัด คริสไม่เคยต้องทำตัวแบบนี้กับใคร ก็อย่างที่รู้ว่า ในชีวิตของคริส ตั้งแต่เป็นนายแบบก็ดี จนกระทั่งออกมาทำงานธนาคารก็ดี มีแต่คนกระเสือกกระสนจะวิ่งเข้าหา ยัดเยียดตัวเองมาเป็นส่วนหนึ่งในโลกของเขาทั้งนั้น
จะมีก็แต่ปาร์คชานยอล...
เด็กหนุ่มเอาแต่วิ่งยาวสี่คูณห้าร้อยเมตรห่างจากตัวเขา หรือถ้าห่างไม่ได้ก็ทำตัวกากเกรียนใส่ บางทีก็เอาแต่ร้องเหวอ แล้วกลับไปสู่โหมดทำความเคารพ ยกคริสเอาไว้เหนือหัวว่าเป็นไอดอล เรียกได้ว่า ถ้าจื่อเทาไม่เสนออาการเป็นไบโพลาร์ รับรองว่า ชาตินี้อย่าหวังเลยคริสจะได้ตัวน้องมา บางครั้งคริสเองก็ติดจะเอ็นดูชานยอล น้องซื่อจนคริสเกือบจะงงไปเหมือนกันว่า นี่ชานยอลเชื่อเขาจริงๆหรือ แต่มันเป็นความรู้สึกงงแบบน่ารักๆชานยอลน่ารักที่สุด อะไรทำนองนี้มากกว่าจะเป็นการดูถูกกัน
คริสเชื่อว่ามันต้องมีสักวันที่ชานยอลเป็นของคริส เพราะคริสเป็นคริส ไม่ใช่คริสที่เป็นไบโพลาร์แล้วหาทางหักหาญน้ำใจของชานยอล

ชานยอลนั่งรอคริสเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ที่โซฟา ยอมรับตามตรงว่ายังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่มากทีเดียว ต่อไปนี้เวลาทำงานกับคริสเขาตกพกมีดเก็บติดตัวเอาไว้หรือเปล่า พอมีอาการชัก อาการงอขึ้นมาจะได้หยิบมีดมาตวัดปักกลางหน้าผากให้หายซ่าส์กันไป แต่ก็นั่นแหละ ชานยอลเชื่อว่า ถ้าเขาผ่านวันนี้ไปได้ เขาก็ต้องรับมือกับเวอร์ชั่นประหลาดๆของคริสได้อีกเหมือนกัน
ซึ่งบางครั้งคนเราก็ต้องยอมรับว่า ความเชื่อผิดๆมันเกิดขึ้นได้กับคนหมู่มาก!
การจะไม่ให้คริสแก้ผ้าเลย มันเป็นเรื่องยาก ถึงแม้ชานยอลจะสเก็ตรูปได้มากพอประมาณแล้ว แต่เขาก็ยังต้องพึ่งคริสไปอีกสักระยะ ไหนจะต้องพาเจ้าตัวไปวัดสเกลจริงๆเพื่อหล่อปูนปลาสเตอร์อีก ชานยอลอิจฉาเพื่อนในกลุ่มขึ้นมาตะหงิดๆ ไอ้พวกนั้นมันมีภาพในหัว พร้อมที่จะปั้นออกมาได้เลย โปรเจคจบเป็นเอกเทศน์ ไม่ต้องขึ้นกับใคร มีคนเดียวก็จบได้ ชานยอลเพิ่งมานึกเคืองอาจารย์จุนมยอนที่เสนอให้เขาปั้นฟิกเกอร์มนุษย์เอาก็ตอนนี้ ตัวงานมันก็ยากอยู่แล้ว คริสยิ่งทำให้งานของเขายากขึ้นไปอีก
“พี่เสร็จแล้ว เรารอนานไหม”
พอคริสแต่งตัวเสร็จ แล้วเดินออกมา ชานยอลก็ลืมความขุ่นเคืองในหัวเมื่อครู่ไปเสียเป็นปลิดทิ้ง เพราะมองหน้าไอดอลของตัวเองแล้ว คำถามสุดท้ายที่สมองสั่งให้ถามก็คือ คริสผิดอะไร พี่เขาเป็นโรค พี่เขาเลือกได้หรือที่จะต้องเป็นแบบนี้ ชานยอลก็แค่โชคร้ายที่ไม่รู้เรื่องนี้ก่อน ก็เท่านั้น เพราะงั้นตอนที่คริสส่งยิ้มมุมปากมาให้ ชายหนุ่มเลยส่งยิ้มกลับไปอย่างกว้างขวาง
“จะไปชุดนี้?”
“หา เอ่อ อ่า เดี๋ยวผมวิ่งไปเปลี่ยนแป๊ปนึงครับ”
เอาจริงๆชานยอลไม่เคยชินกับการต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่ออกไปกินข้าวข้างนอก ระบบชีวิตเห็บหมาอย่างเขามันสั้นมากจนไม่ต้องคำนึงถึงอะไร เชื่อหรือเปล่าว่าวิถีชีวิตของชาวแฟลตรูหนูปาร์คชานยอลตลอดสี่ปีที่ผ่านมามันสถุลมากกว่านั้น นี่ถ้าคนถามเป็นไอ้จงแดหรือจงอินนะ พี่ปาร์คชานยอลจะจัดระบำบ๊อกเซอร์ให้ดูสักสามทีที่อับกูจอง แต่เพราะคนที่เขาไปด้วยเป็นคนมีหน้ามีตา เปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยก็ได้เว้ย
“เราอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”
“ไม่มีครับ ผมกินง่าย อยู่ง่าย กินต๊อกโบกีข้างทางก็อิ่มแล้ว”
แต่ดูเหมือนพี่คริสจะไม่ใช่คนกินง่าย อยู่ง่าย ต่อให้อยู่ในชุดลำลองแต่ดูเสื้อผ้าพี่แกแต่ละชิ้น ชานยอลว่ามูลค่าทั้งหมดนั่นเท่ากับค่าเทอมของเขาทั้งเทอมอ่ะเอาดีๆ ตั้งแต่เสื้อเชิ๊ตลายสก๊อตสีแดงยังกางเกงหนังมันวาวของคริสนั่นแหละ ส่วนเสื้อผ้าของชานยอลทั้งชุดในตอนนี้น่ะเหรอ เอาไปขายแล้วก็ยังซื้อรองเท้าที่คริสใส่อยู่ไม่ได้เลย ความโหดร้ายของคนรวยกับคนจนมันก็เป็นเช่นนี้สินะ
“แต่ถ้าพี่คริสไม่ถนัด พี่คริสจะพาผมไปที่ไหน ก็ได้เลยนะพี่ ผมชิลชิล”
ยืนยันคำว่าชิลด้วยการยกมือขึ้นหมายจะตบบ่าคริสปุปุ แต่มือที่ยกยังไปไม่ถึงไหล่หรอกนะ มันหยุดค้างตั้งแต่แววตาดุๆตวัดมองมาแล้วนั่นยังไง ชานยอลเลยลดมือลง ส่งยิ้มแห้งๆให้
“พี่ไม่ว่าหรอกนะ ถ้าเราจะตบบ่าพี่ แต่ถ้าคนอื่นที่ถือมากๆ เราไปทำกับเขาแบบนั้น มันจะไม่ดี พี่เตือนเพราะความหวังดีนะครับ”
“ครับ พี่คริส”
ดุ คริสดุ แต่เป็นเวอร์ชั่นที่ชานยอลค่อนข้างสบายใจจะรับมือด้วย โดยเจตนาแล้วร่างโปร่งไม่ได้ตั้งใจจะปีนเกลียวคริสหรอกนะ แต่เพราะชานยอลติดนิสัยตบไหล่ตบบ่าเขาไปทั่ว คริสสอนน่ะถูกแล้ว มันทำให้ชานยอลรู้สึกถึงความเป็นไอดอลพี่ชายข้างบ้านที่หายไปนานตั้งแต่รู้เรื่องอาการของป่วยของคริส มันทำให้เขาสนิทใจมากขึ้น แต่ก็ไม่วายตอบรับเสียงหงอย
“หงอยเลย อะไรกันคนเกรียน”
คริสยื่นหน้ามาใกล้ๆ แล้วเอามือยีผมชานยอลที่ก้มหน้างุด คนเกรียนพอโดนผู้ใหญ่ปลอบเลยออกลายซ่าส์ยิ้มออกมาอีกแล้ว
“ขอโทษนะครับพี่ที่ผมปีนเกลียว”
“ไม่เป็นไร พี่แค่ไม่อยากให้ใครมาว่าเรา หรือมองเราไม่ดี”
“โฮ้ยยยยย ซึ้งใจอ่ะ พี่คริสเป็นห่วงผมด้วย ถ้าห่วงผมแล้ว ห่วงท้องผมด้วยนะครับ นายปาร์คชานยอล อยากกินอะไรดีๆ แพงๆ กับเขาบ้าง แต่เหมือนชีวิตนี้จะไม่มีวาสนาเอาเสียเลย”
ที่พูดออกไปน่ะชานยอลพูดเล่น แต่คริสดันสปอยด์เขาจริงๆด้วยการพาชานยอลไปกินห้องอาหารอาหารจีนหรูหราจุง หม๋า หย่องที่ตึก KW ว่ากันว่าห้องอาหารนี้ได้รับดาวมิชลินถึงเก้าร้อยดวง ทั้งๆที่ปกติแล้ว เชฟฟ์หรูหราชาวฝรั่งเศสได้ดาวกันอย่างมากก็สามดวง แถมราคาอาหารก็แพงหูดับตับไหม้ชนิดที่หากชานยอลและพองเพื่อนอยากจะมากินสักครั้งคงต้องขายที่นาแล้วเอาเงินมารวมกันกินเป็ดตุ๋นฟักที่นี่สักหม้อหนึ่ง
“เราอยากกินอะไรสั่งเลยนะ”
“พี่คริสครับ”
“หืม...”
“ผมสั่งไม่เป็น”
ให้สบถสาบานตรงนี้เลยก็ยังได้ว่าชานยอลไม่เคยกินอาหารจีนมาก่อน (ถ้าไม่นับนมผสมเมลามีนที่ออมม่าเผลอชงให้กินตอนเด็กๆแล้วล่ะก็) เพราะงั้นเขาไม่รู้หรอกว่าควรจะสั่งอะไร และอะไรอร่อย ยิ่งมาอยู่ในสถานที่ที่หรูหราระดับเก้าร้อยดาวแล้ว ชานยอลยิ่งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งตัวตรงหัวสูงคอแข็งแสร้งทำเป็นผู้ดีแล้วกระซิบบอกคริสว่าสั่งไม่เป็นเท่านั้น
“เดี๋ยวพี่สั่งให้แล้วกัน”
คริสเลือกอาหารสามสี่อย่างจากเมนู เป็นชื่อแปลกๆทำนอง หงส์เหินมังกรแก้ว กุ้งมังกรผัดเนยและแอสปารากัส (มันคืออะไรวะ?) พระกระโดดกำแพง (ไอ้มหาน่าจะชอบ) และอีกอย่างที่ชานยอลจำไม่ได้ พอบริกรเดินจากไปแล้ว คริสถึงได้หลุดขำออกมา
“หัดสั่งอาหารจีนเอาไว้นะ เผื่อต้องมาสั่งบ่อยๆ”
“ผมคงไม่มีปัญญาขนาดนั้นหรอกพี่ เดินเข้ามาก็ตัวลีบแล้วเนี่ย ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าผมสะดุดธรณีประตู ผมต้องก้มลงกราบไหม”
“งั้นเดี๋ยวพี่จะพาเรามากินบ่อยๆ เราจะได้สั่งเป็น”
“โอ้ยยย พี่คริส ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วพี่ นี่มาครั้งนี้ก็อวดใครต่อใครได้ห้าร้อยปีแล้ว นี่เดี๋ยวต้องโทรไปบอกพ่อกับแม่ที่คยองกีก่อน ว่าได้มากินร้านอาหารหรูที่เคยดูในทีวี”
ว่าแล้วก็ยกมือถือรุ่นน่ารักคิกขุของตัวเองออกมา กดเบอร์โทรพ่อแม่อย่างคล่องแคล่ว ที่ไม่หาในเมมโทรศัพท์เพราะสำหรับ 3310 การจำเบอร์โทรมันง่ายกว่าการกดแป้นเสิร์จหาเบอร์แน่ๆ ไม่ได้สังวรณ์ตัวเองเลยว่านายน่ะมันเห็บหมาท่ามกลางฝูงผีเสื้อ!
“พ่อดันไม่รับสายซะนี่ คนจะอวดเสียหน่อย”
ปาร์คชานยอลมีความผยองในระดับสิบ ชายหนุ่มวางมือถือรุ่นโบราณคดีของตัวเองลงบนโต๊ะอย่างไม่อายใคร หรือไม่ทันได้ฉุกคิดว่าควรจะอายก็ไม่ทราบได้
“เรายังใช้โทรศัพท์รุ่นนี้อยู่อีกหรือ พี่นึกว่าเราใช้สมาร์ทโฟนแล้วเสียอีก”
“สมาร์ทโฟน อ่อออ ไอ้พวกหน้าจอจิ้มได้น่ะเหรอพี่ ไม่ใช่ทางผมอ่ะ”
“มิน่า พี่ส่งข้อความไปหาเรา เราก็ไม่เคยตอบพี่เลย”
อ้าว คริสเคยส่งข้อความมาหาชานยอลด้วยเรอะ? ปกติข้อความที่ส่งมามันก็ชวนให้โหลดคลิปสิบห้าบาทมั่ง ชวนดูดวงมั่ง ชานยอลเลยไม่สนใจกดออกจากระบบข้อความตลอด ในกล่องข้อความนี่ข้อความค้างระเบิดระเบ้อเลย
“ผมไม่เคยเปิดข้อความอ่าน เลยไม่ได้ตอบใครทั้งสิ้น ไม่เชื่อพี่คริสดู”
ปาร์คชานยอลกดโชว์กล่องข้อความด้วยความแมน หน้าจอLED ขาวดำสว่างวาบคล้ายหิ่งห้อย เรียกเสียงหัวเราะจากคนที่นั่งอยู่เก้าอี้ตรงข้ามได้ชะงัดนัก
“เราต้องตามเทคโนโลยีบ้างนะชานยอล”
“จริงๆผมก็ว่าจะเปลี่ยนอยู่นะพี่คริส 3310 แม่งไม่มีไฟฉาย ไอ้จงอินมันเกทับตลอด ในกลุ่มนี่มันใช้มือถือไฮโซที่สุด ผมว่าจะเปลี่ยนไปใช้ซัมซุงฮีโร่เหมือนกับมัน แต่แบบ ยังเสียดายเกมส์งูอ่ะพี่”
“ไอโฟนมีเกมส์เยอะเหมือนกันนะ พี่มีในเครื่องสองสามเกมส์ ลองเอาไปเล่นดูไหม”
แล้วคริสก็หัวเราะออกมาอีกรอบ ก่อนจะหยิบไอโฟนของตัวเองส่งให้ชานยอลลองเอาไปเล่นดู ไม่ใช่ว่าชานยอลไม่เคยเล่นหรอก แบคฮยอนกับเซฮุนก็ใช้ และมันสองคนก็บ่นบ่อยๆว่า ชานยอล จงแด จงอิน ควรจะเปลี่ยนมาใช้มือถือแบบสมาร์ทโฟนได้แล้ว จะได้ติดต่อทาง ไลน์ วีแชท วอทแอพ คาคาโอะง่ายๆ แต่เพราะชานยอลไม่ใช่หนุ่มโซเชียลอย่างสองคนนั้น ไม่จำเป็นต้องติดต่อกับใครต่อใครเยอะแยะไปหมด สำหรับเขาแค่มีโทรศัพท์เอาไว้โทรหาพ่อแม่ และเพื่อนสนิทอีกสองสามคน กับเล่นเกมส์งูก็พอแล้ว
“เป็นยังไงบ้าง ชอบไหม”
“เท่ห์มากครับพี่”
แต่ไม่มีไฟฉาย!
ชานยอลก็เลยรู้สึกว่าไอโฟนไม่มีความเจ๋งหรือแมสแบบซัมซุงฮีโร่ ไม่มีปุ่มที่กดปุ๊ปไฟสว่างปั๊ป ใช้ประโยชน์ไม่ได้ แต่ครั้นจะไปดูถูกศักยภาพมือถือของคริสก็ดูจะร้ายกาจเกินไปหน่อย เจ้าตัวเลยตอบแบบเป็นกลางไปว่ามันเท่ห์ดี พลิกซ้ายพลิกขวาดูให้คริสรู้ว่าชานยอลให้ความสนใจในสิ่งที่คริสกำลังพูดประกอบไปด้วยนิดหนึ่งแล้วก็ส่งคืนให้เจ้าของไป
คริสรับมือถือไปเก็บ พร้อมๆกับบริกรที่เข้ามาเสิร์ฟอาหารพอดี ประเด็นเรื่องมือถือของปาร์คชานยอลจึงจบลงด้วยประการฉะนี้


i128lala
Admin

Posts : 44
Join date : 2014-03-08

View user profile http://i128lala.thai-forum.net

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by i128lala on Tue Jul 29, 2014 11:21 pm

“เออ พี่คริสครับ คืนนี้ส่งผมลงหน้าแฟลตนะพี่”
“ทำไมหรือ?”
นึกขึ้นได้ว่าเขายังค้างชำระค่าแฟลตอยู่เลย ปกติแล้วถ้านายปาร์คชานยอลหายหัวไปแล้ว เจ้าของแฟลตมักจะมาแปะโพสท์อิทแจ้งเตือนว่า ชำระค่าห้องได้แล้วว้อย ตั้งแต่เริ่มทำโปรเจคมาชานยอลยังไม่ได้กลับไปดูใจห้องตัวเองเลย พรุ่งนี้ยังหยุดอีกหนึ่งวัน คริสจะได้พักผ่อน ส่วนเขาก็ไปจัดการจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆที่ค้างเอาไว้ด้วย ชานยอลเลยคิดเอาซื่อๆแบบนี้แหละ ไม่ได้รับรู้เลยว่าความหวังดีของตัวเองจะทำให้อากาศสีชมพูฟรุ้งฟริ้งที่ลอยอยู่รอบๆตัวคริสหายวับไปกลายเป็นฝุ่นควัน
“พรุ่งนี้เป็นวันหยุด ผมคิดว่าพี่ควรจะพักผ่อน ทำงานมาเหนื่อยๆ”
“แล้วเราไม่พักผ่อนหรือ”
“อ่อ ผมจะกลับไปจ่ายพวกค่าห้องค่าหอที่ค้างไว้น่ะครับ” ชานยอลส่งยิ้มให้คริสตาหยี ด้วยบรรยากาศดีๆยังมีอยู่มาก ขอรำลึกถึงไปตอนที่อาหารมาเสิร์ฟสักนิด คือชานยอลว่าการออกมากินข้าวกับคริสจัดว่าเป็นสิ่งดีงาม คือคริสไม่ได้เทคแคร์เขาแบบที่ทำให้กระอั่กกระอ่วน ไม่ได้ปฏิบัติต่อเขาแบบพะเน้าพะนอตักอาหารให้อะไรแบบนั้น แต่ที่ชานยอลจัดว่าเป็นสิ่งดีงามคือ คริสอธิบายสั้นๆให้เขาฟังถึงเมนูอาหารแต่ะละเมนูว่าทำมาจากอะไรบ้าง แถมยังเล่าเกร็ดความรู้เกี่ยวกับชาจีนให้ชานยอลฟังอีก มันเหมือนพฤติกรรมพี่ชายข้างบ้านอะไรทำนองนั้น คนที่บ้าไอดอลของตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมีหรือจะไม่ฟิน
ถึงตอนแรกชานยอลกับพี่คริสเวอร์ชั่นปกติจะเริ่มต้นกันแบบมาคุไปหน่อย แถมมีสองแง่สองงามบ้าง ชานยอลคิดว่านั่นเป็นเพราะทั้งเรามีความไม่สนิทใจกันมากกว่า แต่หลังจากได้มีโอกาสได้นั่งคุยกับคริสยาวๆเป็นครั้งแรกก็ให้ความรู้สึกที่ดี
พี่คริสตอนไม่เป็นไบโพลาร์นี่แม่งเท่ห์ขาดใจเลยว่ะ!
“พี่ไปค้างกับเราด้วย”
“เฮ้ยยยย พี่ไม่ต้องหรอก ผมไปคนเดียวดีกว่า ห้องผมรกและสกปรกมาก ยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย แถมห้องก็เล็กนิดเดียว พี่คริสนอนไม่สบายหรอก”
“งั้นก็ไปกลับไปนอนที่ห้อง ตอนเช้าพี่ค่อยมาส่งเรา”
“พี่คริสไม่ต้องส่งผมหรอกครับ เดี๋ยวผมเดินกลับแฟลตเอง ที่อยากกลับคืนนี้เพราะจะได้ทำความสะอาดด้วย”
“งั้นคำตอบพี่ก็เหมือนเดิม พี่ไปค้างกับเราก็แล้วกัน”
ถ้าชานยอลต่อความยาวสาวความยืดต่อจะโดนโหมดมาคุตอบกลับไปไหม ยิ่งไอ้อาการเห่อพี่ชายข้างบ้านที่แสนดีมันยังอบอุ่นอยู่ในใจ ถ้าปฏิเสธไปพี่คริสคงกลับไปอยู่โหมดมาคุอีกแน่ๆ เอาวะเอาเหวย แสดงความจริงใจให้พี่เขาเห็นหน่อยแล้วกันว่าห้องของเห็บหมาผู้ยิ่งใหญ่มันเป็นยังไง
“ระวังโดนผมใช้งานนะพี่คริส”
“ยิ่งกว่ายินดีซะอีก”
โอ้ยยยยย ขอชื่อแฟนคลับ ขอสีประจำตัว ขอแท่งไฟ ขอผ้าเชียร์หน่อยครับ ปาร์คชานยอลฟินตัวแตก ไอดอลแม่งโคตรใจ!
อย่างที่บอกไป หากคุณสามารถจำลองความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีเหนือมาไว้ในที่ๆหนึ่งได้
แฟลตรูหนูของปาร์คชานยอลขออาสาเป็นสถานที่นั้นเอง!
ชานยอลบอกคริสให้เอาเบนซ์ลีย์กลับไปจอดที่คอนโดแล้วค่อยเดินกลับมาที่แฟลตด้วยกัน ขืนลองจอดไว้ที่หน้าแฟลตที่มีแต่จักรยานหรือไม่ก็มอเตอร์ไซต์จอดกันอยู่เต็มแล้วล่ะก็ พรุ่งนี้คงได้ไปจบที่สถานีตำรวจแน่สาเหตุเพราะคริสโดนทุบกระจกรถเอาของที่อยู่ข้างในไปขาย เพราะฉะนั้นกันได้ย่อมดีกว่าแก้แน่นอน ชานยอลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอาละดินกำลังพาแจสมินหนีออกจากวังมาสู่โลกใหม่แบบไม่มีพรมวิเศษ
“เราอยู่ที่นี่นานหรือยัง”
“สี่ปีแล้วพี่ ตั้งแต่ตอนผมอยู่ปีหนึ่ง”
“น่าแปลกที่เราไม่เคยเจอกันเลยนะ”
“ไม่เจอผมน่ะดีแล้ว ถือว่าเป็นบุญของพี่”
ตอนปีหนึ่งนี่ถือเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของปาร์คชานยอลแอนด์เดอะแก๊งค์เลยก็ว่าได้ เป็นช่วงที่เรียกว่าเหี้ยที่สุดของนายปาร์คชานยอลแล้วจ้า ถึงแม้ว่าจะเรียนที่โซลมาตั้งแต่มัธยมก็เถอะ แต่เห็นอย่างนี้นายปาร์คชานยอลก็มีเชปเพอโรนนะว้อย แม่ฝากชานยอลอยู่กับป้าผู้เข้มงวดที่เอะอะอะไรแม่งโทรฟ้องแม่ เรียกได้ว่าทำเรื่องชั่วแค่ตบยุงตายแม่ก็รู้ได้เลยอะไรทำนองนั้น ชีวิตม.ปลายของชานยอลคือเห็บหมาโดนมัดปีก พอเข้ามหาวิทยาลัยฮวาซองได้ พ่อแม่ผู้แสนภาคภูมิใจก็ให้อิสระในการใช้ชีวิตคนเดียวเป็นของขวัญ ตอนนั้นเหล้า ยา ปลาปิ้งนี่ชานยอลลองแม่งทุกอย่าง จ่ายเองมั่ง เนียนไปกินฟรีกับคนอื่นมั่ง แล้วก็เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่ตอนนั้นแหละ
พอนึกถึงบุหรี่ชานยอลก็คันปาก ร่างโปร่งควานหาบุหรี่ในกระเป๋ากางเกง ชานยอลไม่ได้สูบจัดขนาดมวนต่อมวน ก็มีสูบบ้างให้สมองโล่งเวลาคิดงานไม่ออก แต่ยังไม่ทันได้เคาะออกมาจากซอง แสงสีส้มก็สว่างวาบขึ้นเสียก่อน คริสจุดบุหรี่ของตัวเองแล้วก็จุดส่งให้ชานยอลด้วย
“บุหรี่พี่เย็นดีว่ะ หอมด้วย ไม่เหมือนบุหรี่ผม สูบที่รู้เลยว่าไปทำอะไรมา”
“เขาเรียกบุหรี่เมนทอล”
“ไม่รู้จักอ่ะ ผมสูบตามจงอินมัน มันสูบอะไรผมก็เอาด้วยอ่ะ” ต้องย้ำด้วยนะว่าตามสันดานของเพื่อนรักทั้งสอง จงอินกับชานยอลคงไม่ได้สูบบุหรี่ชั้นเลิศ นั่งบนเก้าอี้กำมะหยี่แล้วพ่นควันปุ๋ยๆแน่ ที่สูบก็บุหรี่พื้นฐานรสชาติครองใจมหาชนงบน้อยนั่นแหละ
“เอาไว้จะซื้อมาให้สูบ”
“โหหหหหหหหหห พี่คริสแม่งโคตรใจ แต่ไม่ต้องหรอกพี่ ผมสูบบุหรี่ธรรมดานี่แหละ มันชินปากแล้วพี่ อีกอย่าง ผมก็ว่าจะเลิกแล้ว เดี๋ยวเรียนจบกลับบ้าน แม่ไม่ชอบ” ถ้าไม่หาทางเลิกเสียตั้งแต่ตอนนี้ คุณนายปาร์คคงได้หาทางสักทางบีบบังคับลูกชายของเธอให้เลิกสูบจนได้ ชานยอลมั่นใจมากทีเดียว
“อืมม นั่นสินะ เลิกก็ดี”
อ้าว นี่ก็สนับสนุน แต่สูบอยู่ในปากคืออะไรครับ? ชานยอลอยากจะแซวเหมือนกัน แต่เตือนตัวเองไว้ได้ทันว่าอย่าปากดีไปปีนเกลียวคริสเลยจะดีกว่า พอคิดได้แบบนั้นก็เลยได้แต่ยืนสูบบุหรี่ข้างคริสเงียบๆ จนจะหมดมวนนั้นแหละ ถึงได้ชวนคริสเข้าไปในแฟลต
“เอ่อ เปลี่ยนใจกลับไปนอนที่ห้องก็ยังทันนะพี่ เดี๋ยวผมเดินไปส่ง”
การพาคริสเข้าไปในห้องนี่ไม่ต่างอะไรกับการพาตำรวจไปตรวจสลัมอะไรทำนองนั้น ห้องของชานยอลไม่มีเตียงด้วยซ้ำ มีแต่ฟูกแข็งๆที่ตอนซื้อน่ะมันก็แข็งนอนสบายดีอยู่หรอก พอนอนไปนอนมาก็เริ่มอ่อนยวบ จนกลายเป็นฟูกระดับอ่อนหัด มีความพยายาม แต่อ่อนหัดอะไรทำนองนั้น ห้องไม่ได้รกด้วยเฟอร์นิเจอร์หรอก แต่มันรกเพราะไอ้พวกที่กองๆอยู่ที่พื้น ตั้งแต่เสื้อผ้ายันซองรามยอนที่กินแล้วลืมเก็บนั่นแหละ นี่ชานยอลยังแปลกใจตัวเองอยู่เลยว่าตอนอยู่ห้องคริสเขาหักห้ามใจตัวเองไม่ให้สถุล แถมทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อยได้ยังไงก็ไม่รู้
“ไม่เป็นไร เราอยู่ได้พี่ก็อยู่ได้”
“งั้นเดี๋ยวผมทำความสะอาดแป๊ป พี่ไปนั่งบนฟูกก่อนก็ได้ครับ คิดว่าตรงนั้นน่าจะสะอาดสุด”
“เราไม่มีแอร์เหรอ”
“ไม่มีครับพี่ พัดลมก็เสียวันที่ผมไปอยู่กับพี่พอดี ยังไม่ได้ซ่อมเลย”
อนาจสุดอะไรสุด อันนี้ชานยอลขอยืดอกพกถุงยอมรับเลยแล้วกัน ร่างโปร่งคว้าถุงก๊อบแก๊บที่อยู่แถวนั้นมาเก็บขยะให้เป็นที่เป็นทาง คือชานยอลชินกับอากาศร้อนๆเสียแล้ว อยู่บ้านที่คยองกีก็ไม่ได้ติดแอร์เหมือนกัน แต่เหมือนคนที่อยู่บนฟูกจะไม่ค่อยชิน
“เหวอออออออออออออออออ”
ชานยอลได้ยินเสียงสวบสาบ พอหันกลับมาก็พบว่าคริสถอดเสื้อเชิ๊ตออกเสียแล้ว คือเข้าใจว่ามันร้อนเพราะคริสก็ล่อทั้งเชิ๊ตทั้งกางเกงหนัง แต่ชานยอลก็อดสะดุ้งไม่ได้สิพับพ่า!
“เรากลัวพี่เหรอ”
“เอ่อ...”
“ไม่เป็นไรหรอก พี่เข้าใจ เป็นใครใครก็กลัว พี่ยังกลัวตัวเองเลย”
“พี่คริส”
โหมดพี่ชายข้างบ้านกำลังเศร้านี่ชานยอลไม่ชอบเลยจริงๆ ร่างโปร่งเลยวางทุกกิจกรรมเดินตรงไปนั่งข้างคริสบนฟูกเก่าๆของตัวเอง คริสไม่ได้มองหน้าชานยอลด้วยซ้ำ แต่แรงยวบที่ฟูกก็คงทำให้คริสรู้ได้ ขอบคุณการยืนหยัดครั้งสุดท้ายของฟูกน้อยกลอยใจ มันทำหน้าที่ของมันได้สมบูรณ์แล้ว
“ใช่ว่าพี่จะเลือกป่วยได้นี่นา ขอโทษด้วยนะ พี่ไม่รู้หรอกว่าตัวตนอีกด้านของพี่จะไปทำอะไรเราไว้ให้เรากลัวหรือเปล่า”
โอ้โห ให้เริ่มจากตรงไหนดีล่ะเพ่ คือจิตใจหยาบช้าของชานยอลคงตอบไปแบบนั้น แต่เพราะแววตาที่เศร้าลงเหมือนรายการวงเวียนชีวิตที่กำลังเล่นเพลงโหยหาความรักความเมตตาของคริสทำให้จิตใจด้านหยาบต้องสงบปากสงบคำ มือเรียวเอื้อมไปแตะมือแกร่งที่พาดอยู่ที่ต้นขาของคริสเอาไว้ บีบเบาๆคล้ายเป็นการปลอบประโลมว่าเขาเข้าใจ
“ผมโอเคพี่ ผมว่าผมไหว พี่คริสอย่าเศร้าดิ ผมไม่ถนัดดราม่าจริงๆนะเออ”
ปลอบคนไม่เก่ง ไม่รู้จะพูดยังไงให้คริสหายเศร้า ก็เลยได้แต่นั่งจับมือเขาอยู่แบบนั้น
“เรารังเกียจพี่หรือเปล่า”
“ไม่ครับ”
ด้วยความสัจจริง ชานยอลไม่เคยรังเกียจคริส ไม่ว่าภาคไหนก็ตาม เอ่อ เอาความจริง กลับขาวเป็นดำก็มีบ้างเล็กๆน้อยๆให้พอหอมปากหอมคอ
“พี่ขออะไรอย่างได้ไหม”
“อะไรเหรอพี่”
“พี่ขอจูบเราทีหนึ่งได้ไหม”
“หา”
คือ จะพูดยังไงดีล่ะ ใช่ว่าคริสจะไม่เคยจูบเขา แต่จูบตอนมีสติเนี่ยนะ มายังไงวะเนี่ย!
“เห็นไหม เรายังรังเกียจพี่เลย”
ร่างโปร่งนิ่งไปสักพัก ยิ่งเห็นแววตาของคริสก็ยิ่งสงสารจับใจ มันเหมือนคนที่รู้ว่าตัวเองป่วยมากๆแล้วไม่มีใครเข้าใจ บางทีคริสอาจเรียกร้องการสัมผัสที่มากกว่าการจับมือ ตบไหล่ แล้วบอกเป็นกำลังใจให้หายเร็วๆนะอะไรทำนองนี้ก็เป็นได้ แค่จูบเดียวก็คงไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงอะไร ยังไงก็เอาไปไม่ได้นั่นแหละ
ปาร์คชานยอลเลยพยักหน้า แล้วหลับตา
เพื่อที่จะได้ไม่รู้เลยว่า ดวงตาที่หม่นแสงไปเมื่อกี้มันกระดี้กระด้ายิ่งกว่าปลากระดี่ได้น้ำ!

Talk: สารภาพ แต่งฉากเฮ้! ไม่ทัน มัวแต่เผือกเรื่องชาวบ้านชาวช่องจนเผลอ งั้นขอแก้ตัว เอาเฮ้เด็ดๆเลยนะ ตอนหน้า ไม่นานเกินรอนะคะ #กวางโจวโมดิฟาย

i128lala
Admin

Posts : 44
Join date : 2014-03-08

View user profile http://i128lala.thai-forum.net

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by pelongkuma on Mon Aug 04, 2014 9:48 pm

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด จบค้างม๊ากกกกกกกกกกกกกกก
พี่คริสแอ๊บดราม่าได้น่าถีบมาก ฮือออออ ชานยอลคนซื่อ ;___;
แต่ดีแล้วที่ซื่อ #อ้าว
รอน้าค้าาาา สู้ๆ

pelongkuma

Posts : 4
Join date : 2014-08-04

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by konnatepkam on Tue Aug 05, 2014 4:57 am

พี่คริสมัน ต อ แ ห ล !!!!
ชานยอลก็โง่เชื่อตลอด 555555

konnatepkam

Posts : 7
Join date : 2014-08-03

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by fujikozung on Thu Aug 07, 2014 1:11 pm

สงสารยอลจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมหนูซื่อแบบนี้ อิพี่คริสมันหลอกหนูอีกแล้วนะ อย่าไปเชื่อมันบ่อยยยยยยยย เลิกยกเป็นไอดอลด้วย 5555

fujikozung

Posts : 6
Join date : 2014-04-07

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by angrydada on Mon Aug 11, 2014 5:33 pm

อ่านจบแล้วคลายเครียดมากค่ะ มีมุกมาให้ฮาทุกตอนทุกช่วง ณ จุดนี้คือขำมากจริงๆ feel good เอาไปสิบกะโหลก
คืออ่านจบเมื่อคืนแล้วแต่ไม่สะดวกพิมพ์ พอมาพิมพ์ตอนนี้ก็เริ่มลืมแล้วว่าอ่านอะไรไปบ้าง ฮ่าๆ แต่จำได้ว่าฮามากๆ
และก็ที่โดดเด่นในความจำคือพี่หมินนี่แหละ คาแร็คเตอร์นางเหมือนพวกตัวจี๊ดอ่ะ ตัวเล็กแต่แซ่บ คือปลื้มลุคค์นี้ของหมิน เป็นหนูแต่ขู่สิงโตแบบอิพี่คริสซะ
ส่วนคริสยอล เกรียนกับกาก คนน้องก็ผู้ชายแมนๆมาก ซังนังจาส่องหาแต่นมสาวแต่ดันได้เดธแอดเดอร์ไปชื่นชมแทน ส่วนอิพี่คือไร? แก้ผ้าแล้วจะเปลี่ยนบุคลิค คือจุดนี้ไม่รู้อิพี่มันกาก หรือน้องมันซื่อ ฮ่าๆ
ไรท์เตอร์เขียนตอน อิพี่ผ้าหลุดฉากสุดท้ายได้แบบเห็นภาพชัดเจน มโนตามเลยว่า อุ๊ย อุ๊ย ผ้าเช็ดตัวหลุด อิพี่คริสมันมีสีหน้าแบบไหน 55555 คือเอาออสก้าไหมเมิง แล้วตอนแกล้งล้มลงไปอีก สภาพ นี่มันผีเข้าหรือไบโพลาฟร่ะ ><
อ่อ อีกคู่ที่ชอบถึงแม้ว่าไม่รู้จะได้คู่กันไหม คือน้องพยอนกับพี่ลู่ คู่นี้คือตลก อิพี่ลู่เบ๊ตลอดกาลกับน้องพยอนล่า คือขอบความสัมพันธ์ของคุ่นี้ เหมือนลู่มันตามจีบแบคมาเป็นปีแต่ก็โดนมองข้ามตลอด ไม่รู้มีความหลังอะไรกับเรื่องแบบนี้หรือเปล่า แต่ชอบอ่าน ฮ่าๆ
สุดท้ายไรท์เตอร์เจ๋งมากๆ ฟิคฮาๆ นี่มันแต่งยากกว่าพวกดราม่าอีกนะ แต่ไรท์ทำมันออกมาได้ดี มุกปล่อยออกมาถูกจังหวะคือไม่ได้รู้สึกว่ามันแป๊ก เวลาแก๊งกากของชานยอลคุยกัน เออ เราก็รู้สึกว่า นี่คือแก๊งของเด็กผู้ชายจริงๆนะ ไม่รู้ว่าไรท์ผู้หญิงผู้ชาย แต่ทำออกมาได้ค่อนข้างเข้าถึงด้านเถื่อนๆกากๆของเด็กผู้ชายมาก[กากเถื่อนไม่รู้จะหยาบไปไหม แต่นึกไม่ออกว่าจะใช้คำไหนค่ะ] ขอบคุณนะคะสำหรับฟิค^^ วันหลังจะมาเม้นท์ให้ใหม่

angrydada

Posts : 2
Join date : 2014-08-11

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by pploypalaloy on Tue Sep 02, 2014 11:15 am

คริสลาออกจากธนาคารแล้วเป็นนักแสดงเถอะนะ555555555555

pploypalaloy

Posts : 6
Join date : 2014-09-02

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by realmemintt on Tue Sep 02, 2014 5:21 pm

พี่คริสควรได้ออสการ์อ่ะ น่าให้ออสการ์ทุกตอนเลยจย้า
เรื่องเนียนๆทอแลนี่ไม่มีใครเกินอ่ะ
บางทีสงสารยอลนะนี่ก็ซื่อละเกิ้น

realmemintt

Posts : 6
Join date : 2014-03-26

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by dreamkenji on Thu Sep 04, 2014 10:29 am

ร้ายมากค่ะพี่คริส ชานยอลก็เชื่อคนง่ายอ่ะ ฮ่าๆๆ

dreamkenji

Posts : 5
Join date : 2014-09-04

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by Krism on Thu Sep 04, 2014 11:19 am

จะเรียกชานยอลว่าซื่อเกินหรือโง่ดีเนี่ย ทำไมนางตกหลุมพรางอพคตล้อดดดดดดดดดดดดด 555555555

Krism

Posts : 5
Join date : 2014-03-25

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by Onnimint on Tue Sep 09, 2014 12:01 am

ออสการ์ เมขลา โทรทัศน์ทองคำต้องมาบอกเลย
พี่คริสแกนี่แบบตกลงเรียนจบอะไรมาคะพี่ นี่ใช้บุคคลที่ทำงานธนาคารจริงหรือ?
นึกว่าจบเกียรตินิยมเอกการแสดงมา ขอปรบมือให้พี่แกจริงๆ

Onnimint

Posts : 5
Join date : 2014-09-08

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by Little_Rainbow on Sat Sep 13, 2014 12:17 am

โอ๊ยยยยยย พี่คริสสสสส บ้านมีไร่สตรอเบอร์รี่ป่ะ คือพี่ทอร์แหลร์ มากกกกกกกกกกกกกกกกก คนอะไร เล่ห์หลี่ยมแพรวพราว การแสดงออสก้า น้องยอลนี่ก็ซื่อไปไหนลูกจ๋า จะโดนกินแล้วลูก 55555555

Little_Rainbow

Posts : 5
Join date : 2014-09-11

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by mormeeniie on Sun Sep 28, 2014 9:57 pm

พี่คริสเจ้าเลห์ตลอดดด หมั่นไส้555555555
ชานยอลก็ซื่อละเกินนนนน

mormeeniie

Posts : 2
Join date : 2014-03-26

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by chiyochichi on Fri Nov 28, 2014 10:36 pm

ตลกชานยอลเวลาแทนตัวเองว่าเห็บหมาจริงๆ นะ มันดูต้อยต่ำแบบงุ้งงิ้งดี 5555555 ส่วนพี่คริสนี่ก็นะ.. หลอกน้องตลอดเลย -*-

chiyochichi

Posts : 6
Join date : 2014-11-28

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by iyo on Tue Dec 30, 2014 1:05 pm

พี่คริสนี่มันสตอเบอร์แหลจริงๆ 5555555555555

iyo

Posts : 12
Join date : 2014-12-29

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by No_land on Thu Feb 12, 2015 8:04 pm

โอ๊ยจะฮาไปไหนคะเพ่คริสสสส

No_land

Posts : 4
Join date : 2014-04-15

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by snappy_oom on Thu Jun 04, 2015 8:06 pm

คริสแม่งงงง  สตอขั้นเทพ (ฉายาใหม่ อิอิ)

snappy_oom

Posts : 7
Join date : 2014-03-15

View user profile

Back to top Go down

Re: GUANGZHOU MODIFY : MAIN STORY 4

Post by Sponsored content


Sponsored content


Back to top Go down

View previous topic View next topic Back to top

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
You cannot reply to topics in this forum